ยินดีต้อนรับ,บุคคลทั่วไป.กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ สมัครสมาชิก

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
สถิติการใช้งานฟอรั่ม:
จำนวนตอบกระทู้ทั้งหมด: 291206
จำนวนหัวข้อทั้งหมด: 156573
จำนวนสมาชิกทั้งหมด: 16253

ผู้เขียน หัวข้อ: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)  (อ่าน 23664 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

admin

  • ADMINISTRATOR
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 343
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
    • อีเมล์

ข้อมูล ศัลยกรรม เกาหลี (โดย condee)


โดน ขอร้อง แกมบังคับ ฮ่าฮ่า จากแอดมินของซิลิโคนคลับให้เขียนเรื่องศัลยกรรมของเกาหลี เนื่องจากวันดีคืนดีคุยๆกันอยู่ว่าอยากไปเกาหลี ก็เลยเล่าให้ฟังว่าอ้อเรารู้ๆว่าแถวไหนดี ทีนี้เขาเลยเห็นว่ามีข้อมูลเยอะน่าจะแบ่งปันในเวบบ้าง อีกอย่างเจ้าของเวบใจดีมากๆที่ช่วยแนะนำเรื่องคางให้เพื่อนเรา ไงบุญคุณนี้ต้องชำระ ค่ะ อิอิ



ข้อมูล เหล่านี้ เราสะสมมาเป็นปีแล้วละค่ะ เริ่มตั้งแต่ที่คิดว่าตัวเองแก้มใหญ่บ้าง หน้าใหญ่บ้าง แล้วเมื่อก่อนเวลาหาในเวบไทยทีไรก็ไม่ค่อยมีข้อมูลพวกนี้เท่าไร จึงตัดสินใจทำ research ตามเวบเมืองนอก สะสมมาเรื่อยๆ มาเผยกันวันนี้ในเวบนี้หมดเปลือก อิอิ หมดตัวเลยค่ะไม่มีการกั๊กใดๆทั้งสิ้น ส่วนรูปจริงๆแล้วอยากเอามาลงเยอะๆแต่เกรงเวบไซต์จะล่มซะก่อน ไงก็กดคลิ้กลิ้งไปตามคลีนิคต่างๆได้เลยนะค่ะจะมีรูปตัวอย่างย่อยๆมากมาย ความคิดในบทความนี้เป็นความเห็นส่วนตัว โปรดใช้วิจารณาณในการอ่านนะค่ะ ผิดพลาดประการใดก็แนะนำติชมกันได้ค่ะ


ราคา ที่เขียนเป็นราคาโดยคร่าวๆ ที่สืบทราบมาจากคนไข้ที่เคยไปทำแต่ราคาในแต่ละเคสนั้นไม่แน่นอนตายตัวแล้ว แต่ความยากง่าย ถ้าสนใจคงต้องสอบถามกับทางคลีนิคได้เลยค่ะ

1 USD ประมาณ 32 บาท เป็นอัตราแลกเปลี่ยนของวันนี้ค่ะ ยังไงก็อาจจะมีขึ้นมีลงเรื่อยๆ ทุกวันนะค่ะ

ถ้าใครได้มาอ่านแล้วสนใจบทความนี้ รบกวนให้เครดิตผู้เขียนหน่อยนะค่ะ เพราะกว่าจะเก็บรวบรวมข้อมูล แปลศัพท์ทางแพทย์มาเนี่ยก็ใช้เวลาเหมือนกันค่ะ ขอบคุณนะค่ะ


ในประเทศเกาหลีนั้น การศัลยกรรมนับว่าเป็นเรื่องธรรมดา ว่ากันว่าถ้าเรานั่งรถไปลงที่ถนนชื่อดังย่านนึง จะมีร้านคลีนิคศัลยกรรมตั้งเรียงกันเป็นว่าเล่น อย่างกับร้านกาแฟเลยละค่ะ ขนาดขึ้นรถไฟที่นั่น เหลือบไปเห็นป้านโฆษณาบนรถไฟ ยังต้องมีโฆษณาคลีนิคศัลยกรรมอยู่ด้วยเลย) มีคนไทยหลายๆท่านให้ความสนใจเกี่ยวกับการศัลยกรรมของประเทศเกาหลี อีกทั้งยังมีเอเย่นเปิดโครงการศัลยกรรมที่เกาหลีเป็นเรื่องเป็นราว ดังนั้นจงขอพูดถึงการทำศัลยกรรมใบหน้าของเกาหลีที่กำลังนิยมอยู่ในตอนนี้ ว่าทำไมถึงได้ดัง คนหลายๆประเทศถึงบินไป และทำไมหลายๆคนจึงไปแบบผ่านเอเย่น
เนื่องจากประเทศเกาหลีนั้นเป็นประเทศชาตินิยม คนเกาหลีหลายๆคนไม่สามารถหรืออาจจะสื่อสารด้วยภาษาอังกฤษได้บ้างเล็กน้อย (แน่นอนค่ะมีเด็กๆน้องๆรุ่นใหม่ที่เรียนโรงเรียนสอนภาษา ไปโตเมืองนอก อีกเยอะแยะที่ใช้ภาษาอังกฤษได้ดี แต่คนเหล่านี้ก็มักจะไม่ได้ทำงานในคลีนิคศัลยกรรมซะด้วยสิ)
ในบางคลีนิคนั้นก็จะมีล่ามภาษาอังกฤษประจำอยู่บ้าง เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับคนต่างชาติ แต่ในบางคลีนิคที่เป็นที่นิยมของคนเกาหลีเอง การที่เราจะเดินดุ่มๆเข้าไปแล้วไปคุยกับหมอ ไม่ใช่เรื่องง่ายเลยค่ะ

ทางประเทศญี่ปุ่นเองเดี๋ยวนี้กำลังนิยมไปทำศัลยกรรมความงามที่เกาหลีกันมาก
มีบริษัทนำเที่ยวที่พร้อมที่จะนำนักท่องเที่ยวจากญี่ปุ่นไปเกาหลีทั้งพา เที่ยวและศัลยกรรมพร้อมๆกัน มีบริการส่วนลดให้กับลูกค้าพร้อมกับมี contact กับหลายๆคลีนิคที่เกาหลีค่ะ รวมถึงการดูแลที่เยี่ยมยอดทั้งก่อนและหลังทำ การเฝ้าติดตามจนเราบินกลับประเทศ ซึ่งก็ค่อนข้างแพงสำหรับบางคน ดังนั้นในกระทู้นี้จึงอยากให้ข้อมูลสำหรับบางท่านที่สนใจ และอยากเปรียบเทียบว่ามันดีหรือต่างจากเมืองไทยอย่างไร คุ้มค่ากับการบินไปทำไหม
ว่ากันว่าที่เกาหลีนั้นมีถนนที่ผู้คนเรียกกันว่า Cosmetic Surgery Street เป็นย่านที่มีคลีนิคศัลยกรรมตั้งอยู่เยอะมาก ยังกับร้านกาแฟเลยละค่ะ การเดินทางนั้นก็ประมาณ 40 นาทีจากสนามบินแห่งชาติเกาหลี(Incheon International Airport) หลังจากนั้นก็ขึ้นรถไฟไปอีกหน่อยประมาณ 20 นาทีกว่าๆก็จะถึง Kangnam เป็นแหล่งศัลยกรรมที่่านี่ละค่ะ
เนื่องจากที่พักที่เกาหลีที่ใกล้ๆย่านศํลยกรรมนั้นก็จะมีตั้งแต่ 50 USD ขึ้นไป ซึ่งเป็นโรงแรมระดับธรรมดาๆ ไม่แพงมาก ถ้าจะเอาถูกๆหน่อยก็ต้องนั่งรถไปไกลนิดนึง

ต่อมาจะขอกล่าวถึงรายการศัลยกรรมต่างๆที่นิยมๆกันนะค่ะ

- ศัลยกรรมตา
- ศัลยกรรมจมูก
- ศัลยกรรมลดโหนกแก้ม (Zygoma Reduction)
- ศัลยกรรมเสริมหน้าผาก
- ศัลยกรรมลดกราม (Jaw (Mandible) Reduction)
- การลดน่อง (Calf Reduction)
- การศัลยกรรมเต้านม และอื่นๆ

ถ้าจะกล่าวถึงการศัลยกรรมในบ้านเราจริงๆแล้วก็ก้าวหน้าไปไกลไม่แพ้เกาหลี เช่นกัน
มีหมอชื่อดังหลายท่านที่เชี่ยวชาญในการผ่าตัดศัลยกรรมเพื่อความสวยงาม ด้วยเทคนิคและวิธีที่ทันสมัยไม่แพ้เกาหลี แต่ถ้าจะพูดถึงความแตกต่างในแต่ละด้านของการศัลยกรรมระหว่างไทยกับเกาหลี นั้น ขอยกเป็นข้อๆดังนี้ค่ะ

ในการศัลยกรรมตาของ ไทยและเกาหลีนั้น หลักๆก็จะคล้ายคลึงกัน คือเป็นการศัลยกรรมที่ทำให้ตาโตขึ้น มีตาสองชั้นคมขึ้น ทางฝั่งเกาหลีนั้นจะมีกรรมวิธีหลากหลายประเภท ทั้งแบบ มีรอยแผลเป็นและไม่มีรอย

ในแบบไม่มีรอยตะเข็บ นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่ มีหนังตาค่อนข้างบาง ไขมันน้อย และผิวหนังชั้นตาค่อนข้างเต่งตึงสักหน่อย ในเทคนิคแบบนี้นั้นจะมีแผลเป็นแต่น้อยมากและจะค่อยๆหายไปเอง
แบบมีรอยนั้น เหมาะสำหรับคนที่มีหนังตาหนา ไขมันเยอะ หรือเนื้อค่อนข้างหย่อน

ในการเย็บแบบมีรอย
ก็แบ่งเป็นหลักๆได้สองแบบ
แบบแรกเรียกว่า Dynamic Fixation เป็นการเย็บชั้นตาลงไปไม่ลึกมากกับโครงสร้างของหนังตา เช่น กล้ามเนื้อตา ผลที่ได้ก็คือแผลเป็นนั้นเรียบและสม่ำเสมอ เพราะการเย็บไม่ลึกมาก และยืดหยุ่นเคลื่อนที่ได้เวลาหลับตาจึงดูเป็นธรรมชาติ

ข้อเสีย ก็คือ ยาก ที่จะทำให้ชั้นตาเท่ากัน เนื่องจากการเป็นการเย็บที่ไม่ลึกมาก บนโครงสร้างที่เคลื่อนที่ตลอดเวลาจึงกำหนดความสูงของรอยเย็บให้เท่ากันยาก



จากรูป รอยแผลเป้นจากการเย็บแบบ dynamic น้อยแทบไม่สังเกตุเห็น
ดังนั้นวิธีนี้จำเป็นต้องใช้ประสบการณ์และเทคนิคชั้นสูงในการเย็บ แนะนำวิธีนี้สำหรับตาคนเอเชีย

ต่อมาคือแบบ Static Fixation เป็นการเย็บผิวหนังลงไปลึกผลก็คือเกิดรอยแผลไม่เรียบ



จากรูปรอยแผลเป็นจากการเย็บแบบ static


ข้อดี ก็คือ ง่ายต่อการทำให้ชั้นตาเท่ากัน (วิธีนี้หมอไทยบางท่านก็ยังใช้วิธีนี้กันอยู่ เพราะง่ายและสะดวกและหมอสมัยก่อนๆก็เช่นกัน)


ทีนี้คำถามก็คือ ทำไมทำตาที่เกาหลีจึงดีกว่าที่อื่น เทคนิคเขาดีกว่าหรืออย่างไร


- การทำตานั้น ถ้ารอยพับตาถูกเย็บในชั้นบางๆและตื้นๆ ผลก็คือรอยแผลจะไม่เกิดขึ้น หรือเกิดขึ้นแต่น้อยมาก (หมอเกาหลีมักจะเน้นเทคนิคไม่ให้เกิดรอยแผลเป็น) หมอไทยก็มีเช่นกันค่ะ อันนี้ต้องหาข้อมูลกันในเวบซิลิโคนคลับนี้ละค่ะ
- การฉีดยาชา ถ้าฉีดยาชาอย่างช้าๆด้วยเข็มบางๆ จะไม่เจ็บและการบวมหลังจากนั้นจะน้อยลงไปตามลำดับ(ซึ่งเกาหลีจะเน้นเรื่อง การลดบวมจากการผ่าตัดมาก เนื่องจากลูกค้าหลายๆคนเป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติ และต้องเดินทางกลับประเทศหลังผ่าตัด จึงไม่อยากให้เกิดปัญหาหน้ากับพาสปอร์ตไม่เหมือนกัน เท่าไร )
- รอยเย็บ ถ้าเย็บให้ถูกมุม การกระทบและบาดเจ็บของเนื้อเยื่อจะเกิดน้อยที่สุด เลือดก็จะออกไม่มาก ผลก็คือแผลหายเร็วมีรอยแผลเป็นน้อยที่สุด

การศัลยกรรมเปิดหัวตา(Medial Epicanthoplasty)
เป็นการศัลยกรรมเพื่อกำจัดรอยพับแบบมองโกเลีย (มันคล้ายๆกับรอบพับที่แบบมองๆไปแล้วเหมือนคนๆนั้นง่วงนอนค่ะ ที่พับลงมาครึ่งตา)ซึ่งเป็นรอยพับตรงหัวตาซึ่งทำให้ตาดูห่างๆและเล็กเหมือนลูกอัลมอนด์



จากรูป การเปิดหัวตาพร้อมกับทำตาสองชั้น

ผลที่ได้จากการเปิดหัวตาก็คือ

- ตามองดูใกล้กันมากขึ้น
- เปิดตาให้กว้างขึ้น กำจัดรอยพับแบบมองโกเลีย ทำให้ตาสดใจไม่เหมือนคนง่วงนอน
- ทำให้ตาดูอ่อนโยนลง

เขาใช้เทคนิคที่เรียกว่า Epicanthoplasty : เป็นเทคนิคที่ใช้กันมานานกว่าสิบปี เป็นการสร้างรอยพับใหม่ให้หัวตาทำให้ตาเปิดกว้างขึ้นค่ะ (อันนี้หมอไทยก็ทำกันหลายๆท่านค่ะ)
อีกทั้งยังมีการแก้ตา การกำจัดถุงใต้ตา การเพิ่มไขมันใต้ตา การกำจัดรอยคล้ำใต้ตา ซึ่งเทคนิคเหล่านี้ก็คล้ายๆกับหมอศัลยกรรมเมืองไทย ดังนั้นขอไม่กล่าวถึงนะค่ะ
ส่วนสนนราคาการทำศัลยกรรมตาที่เกาหลีก็หลากหลาย ตั้งแต่ 2500 USD ขึ้นไป ไม่รวมค่าเดินทางค่าห้องพัก
การศัลยกรรมตานั้นระยะพักฟื้นแค่ สามถึงสี่วันก็ถือว่าสามารถเดินออกไปข้างนอกชอบปิ้งได้แล้วละค่ะ


     สำหรับคลีนิคไหนที่มีชื่อด้านการทำศัลยกรรมตานั้น เห็นเขาว่าๆกันว่าคลีนิคมิโกะค่อนข้างเชี่ยวชาญค่ะ (ถ้าใครมีความสามารถด้านภาษาเกาหลีหรือจีน สามารถเดินเข้าไปดูตามคลีนิคได้เลยค่ะ) ทางคลีนิคไม่มีเวบไซต์ภาษาอังกฤษค่ะ แต่มีล่ามภาษาอังกฤษและแมนดาริน พนักงานคนอื่นส่วนใหญ่พูดอังกฤษไม่ได้เลยค่ะ ดูลิ้งทำตาของมิโกละกันนะค่ะ www.migoclinic.com/c_eye/eye8.asp เดี่ยวจะหาลิ้งคลีนิคศัลยกรรมอื่นๆมาฝากตอนท้ายบทความด้วยค่ะ (แต่ยังไงถ้าสนใจก็อยากให้ไปศึกษารายละเอียดกันอีกรอบนะค่ะเพื่อความมั่นใจ)
อ้อ อยากจะบอกว่าเรื่องราคานั้น บางคลีนิคก็มีราคาต่างชาติกับราคาคนเกาหลีค่ะ (ซึ่งอาจจะถูกกว่าสักสองเท่าตัว) หมอบางคลีนิค(ได้ยินเขาเล่าๆมา) ก็ไม่ค่อยพอใจถ้าเราไปถามต่อราคาว่าทำไมราคาคนเกาหลีถูกกว่าเน้นว่าบางคลีนิ คเท่านั้นคะ
อย่างไรซะหลายๆคนไปทำที่เกาหลีแล้วอยากจะแก้ตาบ้านเราก็มี อาจจะธรรมชาติไป ไม่เหมาะกับรูปหน้าหรืออะไรก็ตาม หรือบางทีปัญหาการสื่อสารก็สำคัญ คือไม่สามารถสื่อกับหมอให้เข้าใจได้(อันนี้สำคัญมากค่ะ )บางท่านก็ว่าที่ญี่ปุ่นจะเซียนเรื่องนี้กว่า อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบส่วนบุคคลค่ะ


   ทีนี้มากล่าวถึงศัลยกรรมเสริมจมูกกัน บ้าง อยากจะบอกว่าหมอที่ไทยจะเก่งในเรื่องศัลยกรรมจมูกด้วยซิลิโคนแท่งมากกว่า เกาหลีนะค่ะ (จากการเปรียบเทียบด้วยสายตาตัวเอง ) หมอไทยอาจจะเจอเคสคนที่มีเนื้อจมูกเยอะๆบ่อยกว่าหมอเกาหลี อีกอย่างคือจมูกคนไทยนั้น ฐานกระดูกกว้าง ปลายหนา บางคนปีกบานเนื้อเยอะน่าจะเหมาะกับซิลิโคนแท่งซึ่งเนื้อเยอะๆสามารถรองรับ ได้ จึงเรียกว่าหมอไทยนั้นจะเก่งในเรื่องการเสริมด้วยซิลิโคนแท่งมากกว่าเพราะ มันตรงประเด็นกับจมูกคนไทยเลยละค่ะ แต่ทีนี้ลองพิจารณาที่หลายๆท่านบอกว่าทำไมต้องไปแก้หรือไปทำจมูกที่เกาหลี
หมอศัลยกรรมเกาหลีนั้นจะใช้วัสดุ อุปกรณ์ที่ซับซ้อนกว่าไทย (หมอเกาหลีไม่ค่อยปลื้มแท่งซิลิโคนสักเท่าไหร่ อาจจะเนื่องจากว่าคนเกาหลีส่วนใหญ่เนื้อจมูกจะไม่เยอะเหมือนคนไทย ปลายก็ไม่ค่อยบาน) ยกตัวอย่างเช่น กระดูกซี่โครง silitex( เกาหลีคิดขึ้นเอง เป็นการเอาข้อดีของซิลิโคนมาผสมกับข้อดีของกอร์เท๊กซ์) กอร์เท็กซ์ เดอร์โมแฟต คาทิเลจ อัลโลเดริม รวมทั้งซิลิโคนแท่ง (แต่ขอเน้นว่าถ้าเป็นซิลิโคนแท่งหมอไทยจะชำนาญกว่าค่ะ ที่เกาหลีจะไม่ค่อยนิยมสักเท่าไร)

ตัวอย่างวัสดุต่างๆที่ใช้ในการศัลยกรรมจมูก

เริ่มจาก Gortex




Medpor พร้อมลิงค์วิธีการตัดมาใช้งาน www.porexsurgical.com/english/surgical/smedpor.asp







Alloderm เป็น การนำเนื้อเยื่อผิวหนังขนาด 1-2 มม สอดเข้าไปใต้ผิวหนังเพื่อให้เนื้อเยื่อนี้เจริญเป็น collagen ผลการรักษาได้ผลดีและอยู่ได้นาน ใช้ไดักับเนื้อเยื่อต่างๆแม้กระทั่งเหงือก ปาก รอยย่นมุมปาก จมูก คางและอื่นๆค่ะ



บันทึกการเข้า

admin

  • ADMINISTRATOR
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 343
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #1 เมื่อ: เมษายน 28, 2010, 08:34:54 PM »

ต้องบอกว่าการศัลยกรรมจมูกนั้นเป็นการ ศัลยกรรมที่มีการเปลี่ยนแปลง เอาออก เอาเข้า บ่อยมากๆ เลยคิดว่าน่าจะเป็นสาเหตุให้ทางหมอศัลของเกาหลีเห็นปัญหาตรงนี้จากซิลิโคน แท่ง จึงเน้นเสริมจมูกด้วยอุปกรณ์ที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า อย่างsilitex (ซึ่งเอาออกยากกว่าซิลิโคนแท่ง) แต่ผลลัพธ์ที่ได้ก็คือสวยงาม เข้าไปกับรูปโครงจมูกของเรา แต่ทีนี้ถ้ามีปัญหาต้องเอาออกหรือไม่ชอบรูปทรงเนี่ยนะสิ หมอไทยคงไม่ชอบเอาออกให้เป็นแน่ ขนาดซิลิโคนแท่งธรรมดาเวลามีปัญหากลับไปหาหมอบางคนยังพูดจาบ่ายเบี่ยงเลย ก็คงต้องบินกลับไปที่เกาหลีให้ทางหมอที่นั่นเอาออกให้ค่ะ

ส่วนคนที่มีปัญหาจากการศัลยกรรมด้วยซิลิโคน เนื้อหายไป แล้วต้องการจะแก้ไขจริงๆเพราะไม่อยากเสริมด้วยซิลโคนแท่งอีกต่อไป อันนี้ก็เห็นสมควรว่าไปทำที่นั่นน่าจะดีกว่านะค่ะเพราะหมอท่านนึงที่เห็นที่ เกาหลีจะเก่งในเรื่องศัลยกรรมซ่อมแซมจมูกจริงๆ แต่อาจจะไม่ใช่ทำแค่ครั้งเดียวเสร็จ ต้องมีการทำสองถึงสามครั้งกว่ารูปร่างจะกลับคืนมาให้สวยใกล้เคียงกับจมูกคน ปกติที่โด่งสวยงาม ส่วนวิธีการนั้นมีมากมายเยอะแยะเหลือเกิน หมอที่ดังๆในเรื่องศัลยกรรมจมูกที่นั่นก็คือคุณหมอจุง หรือจัง อันนี้ไม่แน่ใจ (Dr. Jung) มีเวบไซต์ของตัวเองคือ www.nose.co.kr/ คุณหมอคนนี้ต้องบอกว่าเทคนิคมากมายจริงๆค่ะ ไงก็ขออนุญาติเอารูปตัวอย่างมาแปะนะค่ะ เป็นศัลยกรรมเพื่อการแก้ไขจริงๆ แต่สนนราคาเนี่ยก็แพงไปด้วย เริ่มต้น 3500 USD ขึ้นไปนะค่ะแล้วแต่เคสยากง่าย

 


จากรูป คนนี้ได้แก้ไขจมูกเก่าที่เสริมมา  ปลายดูไม่สมดุล  คุณหมอก็แก้เอาซิลิโคนออกแล้วเสริมใหม่
(วิธีการคงต้องเมลส์ถามคุณหมอแล้วละค่ะท่าทางซับซ้อนเหลือเกิน)
สำหรับรูปตัวอย่างจมูกอีกมากมายคลิ้กไปดูได้ที่
www.nose.co.kr/english/recent/recent01.a...lag=8&LangType=1


ทีนี้ขอพูดถึงเรื่องการรักษาตัวหลังเสริมจมูก ทำอย่างไรให้ลดบวม(สำหรับคนที่แพ้ง่ายบวมง่าย)

- ขอกล่าวถึงยาซึ่งได้มาจากพืชและสมุนไพรธรรมชาติที่ช่วยลดบวมได้เป็นอย่างดีนะค่ะ

1. เอ็นไซม์ที่สกัดมาจากสับปะรด (Bromelain) เป็นเอ็นไซม์ที่ได้รับการรับรองจากรัฐบาลเยอรมันนีว่าสามารถช่วยรักษาการ อักเสบที่เกิดจากการผ่าตัด โดยเฉพาะบริเวณจมูกและไซนัส อีกทั้งยังช่วยรักษาการบาดเจ็บจากการเล่นกีฟา อาหารไม่ย่อย และมะเร็งได้อีก
2. ขมิ้นชัน (Tumeric) ขึ้นชื่อในเรื่องการช่วยรักษาการอักเสบ และสร้างภูมิต่อต้านมะเร็ง มีรายงานจาก The International Journal of Cancer ว่าสารในขมิ้นชันนั้นสามารถฆ่าเชื้อมะเร็งที่โตในแลปได้
3. Quercetin เป็นสารเคมีในผักและผลไม้ มีประโยชน์หลายด้าน รวมถึงความสามารถในการต้านไวรัส โดยเฉพาะการติดเชื้อในทางเดินหายใจ รวมทั้งลดการอักเสบและมีสารต่อต้านมะเร็ง
4. วิตามินซี จะเป็นการดีกว่าถ้าเรารับประเทานผลไม้ที่มีวิตามินซีโดยตรง
5. ใบบัวบก ซึ่งรู้จักกันดีว่าน้ำใบบัวบกช่วยแก้ช้ำใน และยังมีสรรพคุณอื่นๆอีกมาก
6. ครีมบัวหิมะ(BAO FU LING) อันนี้เขาว่ากันว่าช่วยลดอาการอักเสบของผิวหนังได้ (แต่ยังไม่ได้รับรองเป็นทางการ)

- พยายามเดินออกกำลังหลังจากผ่าตัดเพื่อให้เลือดลมเดินสะดวกไม่ไปคั่งอยู่ที่แผลผ่าตัดนะค่ะ
- ประคบน้ำเย็น
- ดื่มน้ำเยอะๆ
- ลองใช้ Traumeel ซึ่งก็คือครีม arnica ที่มักจะถูกใช้เพื่อบำบัดอาการบาดเจ็บเฉียบพลัน ไม่ว่าจะเกิดอุบัติเหตุใด (คล้ายเรพาริลบ้านเรา) ทำมาจากพืชเช่นกันค่ะ ส่วน arnica แบบเม็ดก็มีเช่นกันค่ะ

ยิ่งถ้าเป็นการผ่าตัดใหญ่ๆ อย่างกรามหรือ โหนกแก้มซึ่งจะมีการบวมที่มากกว่าจมูกแล้วแนะนำให้กิน Bromelain กับขมิ้นชันล่วงหน้าสักอาทิตย์ค่ะ






มาถึงไฮไลท์ของงาน การผ่าตัดลดความกว้างของใบหน้าหรือ Facial bone contouring

สำหรับคนที่อยากให้หน้าเล็กลง

แยกออกได้เป็น


การผ่าตัดลดกราม (Jaw ,mandible, Reduction) มีคำถามที่ตามมาคือ ถ้าอายุยังน้อยสามารถไปตัดกรามได้หรือไม่ คำตอบคือได้ แต่ตัดไปแล้วอาจจะมีการเปลี่ยนแปลงของกระดูกกรามอยู่ตลอดเวลา เพราะกระดูกใบหน้ายังมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เรื่อยๆ ดังนั้นจะเป็นการดีที่จะรอให้อายุสัก 28 ขึ้นไป เมื่อกระดูกใบหน้าอยู่ตัวแล้ว และไม่มีการเปลี่ยนแปลงอีก ถึงไปตัดกรามค่ะ
การผ่าตัดกระดูกกรามนั้นที่เกาหลียังแบ่งออกได้อีกเป็นสองแบบคือ

- การผ่าตัดลดมุมกราม (Mandible angle resection)




เป็นการตัดมุมกรามและเกรามุมกรามเพื่อให้มุมกรามดูโค้งมนขึ้นไม่เป็นเหลี่ยม ผลจากการผ่าตัดมุมกรามนี้จะมองเห็นได้เมื่อจากด้านข้าง จะกลมมนไม่มีเหลี่ยมเงามากวนใจ เหมาะสำหรับคนที่มีมุมกรามเป็นเหลี่ยมชัดเจนมองด้านข้างแล้วมุมกรามแข็งๆดู ไม่นุ่มนวล แต่การลดมุมกรามนี้ไม่มีผลต่อความเปลี่ยนแปลงด้านหน้าแต่อย่างใด (ศัลยแพทย์ไทยส่วนใหญ่ผ่าตัดมุมกรามด้วยวิธีนี้)

- การผ่าตัดแยกกระดูกแนวตั้ง (Sagittal splitting osteotomy)



เป็นการผ่าตัดแยกกระดูกด้านนอกออกซึ่งมาสารถลดความกว้างของมุมกรามด้านหน้าลงได้

     ทั้งนี้การผ่าตัดส่วนล่างของใบหน้า(กราม) เพื่อทำให้ใบหน้าดูแคบลงนั้น แพทย์ศัลยกรรมของเกาหลีนิยมผ่าตัดร่วมระหว่างแยกกระดูกกับลดมุมกรามเข้าด้วย กันเพื่อให้ได้ผลการผ่าตัดอย่างมีประสิทธิภาพและเห็นความเปลี่ยนแปลง
การผ่าตัดลดกรามนั้นเป็นการผ่าตัดใหญ่ แต่แพทย์เกาหลีชอบทำกันจริงๆ ไม่ว่าคลีนิคเล็กๆหรือใหญ่ๆก็จะมีการให้บริการศัลยกรรมลดกรามทั้งนั้น ส่วนเทคนิคนั้น จะเป็นการผ่าจากด้านในปากถัดจากฟันกรามซี่สุดท้าย ซึ่งหลายๆท่านที่สนใจการผ่าตัดกรามคงได้เคยอ่านมาแล้วบ้างจากเวบไทย ของเกาหลีก็คล้ายกันค่ะ จะต่างกันตรงที่เกาหลีถ้าอยากลดความกว้างของหน้าด้านตรง จะมีการผ่าตัดแยกกระดูกด้านนอกร่วมด้วย
การผ่าตัดกรามจะใช้เวลาในการรักษาตัวหลังผ่าตัดค่อนข้างนาน อย่างน้อยก็สองอาทิตย์กว่าจะลดบวมให้หน้ากลับมาเหมือนกับหน้าปกติ(ก่อนตัด) แต่หลายๆคนอาจจะบ่นว่าทำไมไม่เห็นเปลี่ยนเลย จริงๆแล้วมันยังยุบบวมเรื่อยๆค่ะ บางท่านก็เลยไปถึงสี่เดือนถึงจะเห้นผลก็มี ฉะนั้นใครคิดจะไปผ่าตัดกรามที่เกาหลี เตรียมตัวพักที่นั่นสองอาทิตย์เป็นอย่างต่ำนะค่ะ
    ทีนี้จะทราบได้อย่างไรว่าปลอดภัยหรือเปล่า แพทย์ที่ทำการผ่าตัดกรามจะต้อง ทำการเอ็กซเรย์ใบหน้าส่วนล่างก่อนทำการผ่าตัด จะได้เห็นแนวเส้นประสาทว่าวางพาดมายังไง การจะตัดได้มากน้อยแค่ไหนก็ขึ้นอยู่กับการวางพาดตัวของเส้นประสาท(เส้นสีดำ ใหญ่ๆในรูปที่วางพาดมาตามแนวฟันค่ะ) จะต้องตัดห่างจากแนวเส้นประสาทนั้นสักสองเซ็นต์ค่ะ




จากรูปเป็นแนวเส้นประสาทสีดำๆตามแนวฟันที่หมอจะพิจารณาร่วมว่าจะตัดได้มากน้อยแค่ไหนค่ะ



จากรูปคือฟิล์มเอ็กซเรย์แนวเส้นประสาทที่พาดใต้แนวฟันค่ะ อาจจะมองยากนิดนึง

ทีนี้แพทย์จะวินิจฉัยว่าใครสมควรตัดหรือมิสมควรตัดอาจจะใช้ฟิมล์เอ็กซเรย์ ควบคู่กันไปด้วย ว่าเส้นประสาทเราอยู่ใกล้ไกลกับแนวกรามแค่ไหน มิฉะนั้นโอกาสที่จะเสี่ยงไปโดนเส้นประสาททำให้ใบหน้าเสียรูปเป็นไปได้สูงมาก ค่ะ ซึ่งทางคลีนิคของเกาหลีแทบทุกที่จะทำการเอ็กซเรย์ตรวจเลือด ตรวจความดันดูความพร้อมก่อนเข้าทำการผ่าตัดอยู่แล้วค่ะ บางคลีนิคก็อาจจะดูเล็กไปสักนิดจนน่าใจหาย แต่มาตรฐานของเขาก็ถือว่าใช้ได้ในระดับหนึ่ง(ในเรื่องความปลอดภัย) แต่ในเรื่องความสวยงามและสมมาตรนั้น สืบทราบมาว่าโรงพยาลที่ชื่อ ID hospital จะเป็นโรงพยาบาลที่เชี่ยวชาญทางด้านนี้โดยเฉพาะ (สังเกตุนะค่ะบางคลีนิคได้แต่ตัดแต่ลืมคำนึงถึงความเท่ากันระหว่างหน้าซีก ขวากับซ้ายค่ะ) แต่โรงพยาบาลนี้ขึ้นชื่อทางด้านสมมาตร และสนนราคาก็แพงใช่ย่อยเช่นกันค่ะ อ้อจะมีล่ามภาษาอังกฤษคอยดูแลอยู่ที่นี่ด้วยเช่นกันค่ะ เวบไซต์โรงพยาบาลค่ะ eng.idhospital.com/sub02/index302.asp คุณหมอชื่อ Dr.Park Sang-Hoon คุณหมอพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ

ตัวอย่างแรกเป็นการตัดกรามจาก ID Hospitalค่ะ เป็นการตัดกรามรวมทั้งเลื่อนคาง ทำหน้าให้สมดุลย์ขึ้นค่ะ






ตัวอย่างที่สองเป็นเคสตัดกรามจาก OZ clinic ค่ะ (คุณหมอชื่อพาร์คเหมือนกัน ฮ่าฮ่า หลายพาร์คมากค่ะ พูดภาษาอังกฤษเก่งมากค่ะ)




ตัวอย่างที่สามเป็นการทำให้หน้าสมมาตรขึ้นของ IDHospital ค่ะ




หลังการผ่าตัดผู้ป่วยควรจะบริหารกรามบ่อยๆเพื่อป้องกันกรามล๊อคค่ะ อันนี้คุณหมอที่ทำการผ่าตัดคงจะแนะนำอีกทีเรื่องการดูแลหลังการผ่าตัดค่ะ
ส่วนอีกหลายๆคลีนิคที่มีการผ่าตัดกรามเดี่ยวแนะนำด้านล่างบทความนะค่ะไปอ่านให้เพลินๆทีหลังได้ค่ะ
สนนราคาของโรงพยาบาลนี้ก็แพงเช่นกันค่ะ เริ่มต้น 4500 USD พักโรงพยาบาลฟรีสองคืนค่ะ
ส่วนที่คลีนิคอื่นๆก็อาจจะถูกหรือแพงกว่า บางที่ก็ประมาณ 3500 USD ค่ะ (ราคาต่างชาติ)
การเตรียมตัวรับกับอาการบวมนั้นแนะนำให้กินสมุนไพรที่กล่าวไว้ข้างต้นเพื่อลดการบวมและอักเสบค่ะ

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

อ้อ ลืมเล่าให้ฟังว่า เคยมีเพื่อนของเพื่อนไปผ่าตัดลดกรามที่ไทยนี่หละค่ะกับหมอชื่อดังท่านนึง ไม่ขอเอ่ยนามนะค่ะ ราคาก็แพง(แสนต้นๆ) แถมผ่าตัดเสร็จจากกรามที่เป็นแค่ข้างละเหลี่ยมกลายเป็นหน้ากระจกสี่เหลี่ยม (นึกออกไหมค่ะว่าการตัดกรามไม่ใช่แค่ตัด จะต้องเกลา กรามด้านข้างให้สวยเนียนไปตามรูปกรามจริงๆด้วย ) แต่หมอท่านนี้สักแต่จะตัดแต่ไม่เกลาให้เขา เลยกลายเป็นหน้าด้านข้างมีข้างละสองเหลี่ยมค่ะ น่าสงสารจริงๆ


 -----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บันทึกการเข้า

admin

  • ADMINISTRATOR
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 343
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #2 เมื่อ: เมษายน 28, 2010, 08:52:04 PM »

ต่อมาขอพูดถึงการผ่าตัด วีไลน์(v-line)  หน้าแบบวีไลน์คือหน้ารูปไข่นั่นเอง คางมนๆ เรียวๆ
การผ่าตัดวีไลน์ก็คือการผ่าตัดช่วงล่างของใบหน้าให้แคบและเรียวลงนั่นเองมีการผ่าตัดรวมสองขั้นตอนค่ะ

1. เป็นการผ่าตัดลดขนาดกราม (ตัดมุมกรามและตัดแยกกระดูกด้านนอกออก)

2. ลดความกว้างของกระดูกคาง


ไม่ขอกล่าวในส่วนของการผ่าตัดลดขนาดกรามนะค่ะเพราะได้พูดแล้วข้างต้น
การลดความกว้างของกระดูกคางดูได้จากรูปชัดเจนเลยค่ะ




สนนราคาในการผ่าตัดวีไลน์นั้นก็บวกไปสอง เท่าตัวของการผ่าตัดกรามค่ะ(คำนวณดู นะค่ะ ) อาจจะมีส่วนลดในบางคลีนิคถ้าทำการผ่าตัดเกิน 10,000 USD ค่ะ

มาดูรูปตัวอย่างวีไลน์กันเลยค่ะ เป็นรูปตัวอย่างจาก ID Hospital ค่ะ(ที่เอาตัวอย่างจากไอดฮอสพิทัลมา เนื่องจากว่าเห็นเขาว่ากันว่าที่นี่จะเชี่ยวชาญด้านนี้ที่สุดค่ะ



เราว่าคางแหลมไปนิดหรือเปล่าค่ะ? แต่ถ้ายิ้มอาจจะกำลังพอดี เอะหรือว่าคางพอดีแล้วแต่ส่วนโหนกแก้มยังกว้างอยู่เลยดูคางแหลม? (ความเห็นส่วนตัวอีกเช่นเคย อิอิ)

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------




การผ่าตัดลดโหนกแก้ม (Cheek (Zygoma) Reduction) ก็เป็นอีกวิธีนึงในการลดความกว้างของใบหน้าโดยเฉพาะชาวเอเชียอย่างเราๆ ทีนี้ถามว่าเกาหลีกับไทยต่างกันไหม ก่อนอื่นต้องทำความเข้าใจถึงโครงสร้างโหนกแก้มของเรากันก่อนว่าในการจะลด ความกว้างของโหนกแก้มนั้นมีสามจุด กระดูกโหนกแก้มนั้นจะมีส่วน body และ arch ส่วนบอดี้คือส่วนหน้า (หมายเลข 1) เป็นส่วนที่เพิ่มความนูนของใบหน้าทำให้หน้าเกิดมิติ ส่วนที่ 2 ก็เช่นกัน ซึ่งคนแถบๆเอเชียนั้นจะมีส่วนนี้มากกว่าคนแถวๆยุโรป (สังเกตุได้ว่าคนยุโรปมักจะชอบเสริมโหนกแก้ม ซึ่งเป็นการเสริมส่วนนี้ค่ะ) และ ส่วน 3 คือส่วนด้านข้าง (arch) คือส่วนกำหนดความกว้างของใบหน้าเรานี่ละ



ในการลดความกว้างและความสูงของโหนกแก้ม นั้นการตัดกรอกระดูกโหนกแก้มมักจะไม่ ได้ผลสักเท่าไรเพราะกระดูกโหนกแก้มเป็นกระดูกที่บาง และอาจจะส่งผลในอนาคตเมื่อกระดูกเราบางลง

การผ่าตัดลดโหนก แก้มที่เกาหลีนั้น จะขอกล่าวถึงวิธีที่ทราบว่าเขาทำๆกันนะค่ะ คือเคยได้ยินเพื่อนบอกว่าที่เกาหลีเขาทุบโหนกแก้มกัน (เห็นจากทีวี) อันนี้จากการที่ศึกษามา ไม่เห็นคนไปทุบ ก็เลยไม่แน่ใจสักเท่าไรว่าเขามีกี่วิธี อันนี้ขอกล่าวถึงวิธีทั่วไปที่คลีนิค หรือโรงพยาบาลหลายๆแห่งที่เกาหลีนิยมกัน

หลายๆคลีนิคก็จะมีการตัดส่วนที่ 1 กับ 3 (หมอบางท่านก็ตัดส่วนที่ 2 ด้วยอย่างเช่นหมอPark ที่ Ozclinic เขากล่าวว่ามันทำให้เมื่อยุบทั้งสามจุดแล้ว ทำให้ดูกลมกลึงขึ้นกว่าการตัดยุบแค่สองจุด ) แล้วเลื่อนกระดูกที่ตัดเข้าไปไปหลังจากนั้นก็ใช้ตัวช่วยในการยึดกระดูกให้ ติดกัน ไม่ว่าจะเป็นสกรู ลวดหรือมินิเพลต (mini-plate)



จากรูปการผ่าตัดแบบติดลวด mini plate,หรือสกรูค่ะ

บางคลีนิคก็จะทำการผ่าตัดสองทาง คือผ่านทางจอนผมแผลเป็นประมาณ 3 มิลลิเมตร กับเข้าทางปากเพื่อไปตัดส่วนหน้าของโหนกแก้ม บางคลีนิคก็ผ่านทางปากอย่างเดียว (ที่เกาหลีส่วนใหญ่จะเข้าสองทางค่ะ ) หมอไทยก็มีเช่นกัน ที่โด่งดังมีชื่อเสียงได้แก่คุณหมอจรัญ เพราะคุณหมอเป็นหมอท่านแรกที่คิดค้นวิธีการผ่าตัดลดโหนกแก้มผ่านทางปากคนแรก ของโลก(ถ้าจำไม่ผิด)ค่ะ สนนราคาของคุณหมอก็ 90,000 บาทค่ะ ส่วนทางเกาหลีจะเน้นวิธีการผ่าตัดเข้าสองทาง ซึ่งหมอบางท่านก็บอกว่าการผ่าตัดทางจอนผมร่วมด้วยนั้นเป็นวิธีเก่าแล้ว แต่ในทางกลับกันหลายๆท่านเชื่อว่าการผ่าตัดเข้าทางจอนผม(สำหรับการผ่าตัดที่ เกาหลีจะมีแผลเป็นเล็กมากแค่ 3 มิล) ร่วมด้วยนั้นเป็นการลดการกระแทกเนื้อเยื่อต่างๆให้มีการอักเสบและบอบช้ำน้อย เท่าที่สุด ทำไมหรือค่ะ? เนื่องจากว่าการผ่าตัดโหนกแก้มเป็นการผ่าตัดใหญ่ ฉะนั้นจึงต้องระวังการกระทบกรเทือนเนื้อเยื่อต่างๆ และการที่เราไปเซาะแยกเนื้อเยื่อกับกระดูกมากๆนั้น ไม่ได้เกิดผลดีสักเท่าไรค่ะ เนื่องจากหลังผ่าตัดนั้น หลายๆคนมีปัญหาเนื้อหย่อนหลังจากที่ยุบโหนกแก้มแล้ว แต่หมอหลายๆท่านก็แก้ด้วยการยุบโหนกแก้มลงแต่ไม่มากเกินควร 0.5 cm เพราะเชื่อว่ายิ่งยุบน้อยเท่าไรก็ยิ่งมีผลต่อเนื้อหย่อนน้อยเท่านั้น อันนี้ก็แล้วแต่วิจารณาณนะค่ะ ว่าจะเชื่อแบบไหน

ภาวะแทรกซ้อนในการผ่าตัดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ คือ

- เลือดไหลไม่หยุดและมีอาการบวม
- การติดเชื้อ
- การไม่สมมาตรของใบหน้า (ป้องกันได้ด้วยการผ่าตัดอย่างระมัดระวัง ใช้อุปกรณ์ที่ทันสมัยก็สามารถป้องกันปัญหานี้ได้)
- การบาดเจ็บของเส้นประสาทที่ไปเลี้ยงส่วนหน้าผาก ดังนั้นการผ่าตัดเข้าสองทางจึงค่อนข้างจะดีกว่าเพื่อหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บ ของเนื้อเยื่อให้น้อยที่สุด และหลีกเลี่ยงการบาดเจ็บของเส้นประสาทค่ะ

     ทีนี้ถามว่าที่ไทยมีการผ่าตัดแบบไหนบ้าง  ก็ต้องบอกว่ามีทั้งแบบผ่านจอร์นหู กับแบบเข้าในปาก หรือผ่าตัดทั้งจอนหูและในปากร่วมกัน (ถ้าคิดจะไปปรึกษาคุณหมอที่ไทย ยังไงก็ต้องถามเรื่องนี้ให้เคลียนะค่ะว่าเข้าทางไหนกันแน่ ที่สืบทราบมาคุณหมอจรัญจะผ่าตัดเข้าทางปาก อ้อมีอีกท่านคือคุณหมอจุฑาค่ะ ) และของไทยแท้ต้องติดสกรูค่ะ



จากรูปสกรูสามารถมองเห็นได้ในแผ่นเอ็กซเรย์


จากรูปเป็นฟิล์มเอ็กซเรย์การลดความกว้างของใบหน้า
(ลดโหนกแก้ม ตัดกราม ทำวีไลน์) ของ ID Hospital ซึ่งจะมีสกรูติดค่ะ

ลืมบอกไปว่าคลีนิค Oz clinic นั้นการลดโหนกแก้มบนใบหน้าจะไม่ติดสกรูค่ะ

ถ้าถามว่าแล้วมีแบบไม่ติดสกรูด้วยหรอค่ะ ขอตอบว่ามีค่ะ หลายๆคลีนิคในเกาหลีคำนึงถึงข้อเสียข้อนี้ดี เพราะหลายๆท่านไม่ชอบความรู้สึกที่ว่ามีสิ่งแปลกปลอมมาติดในหน้าของเรา จึงได้คิดค้นวิธีใหม่เป็นการผ่าตัดแบบไม่ติดสกรู
ทำอย่างไรหรือค่ะ?
คือการทำการตัดส่วนโหนกแก้มส่วนหนึ่งแบบ incomplete คือตัดแต่ไม่หมด แล้วก็ตัดส่วนที่สามหลังจากนั้นย้ายส่วนที่สามจมเข้าไปในกระดูกด้านข้างๆจอน ผมทิ้งไว้แบบนั้นโดยที่ไม่ต้องติดเหล็ก ลวดหรือสกรูใดๆ หลังจากนั้นร่างกายจะสร้างกระดูกมาสมานส่วนที่ไม่มีการเชื่อมเอง ก็เสร็จขั้นตอนค่ะ
ถามว่าแล้วมันดีกว่าหรือเปล่า หมอบางท่านเชื่อว่า (อ้างอิงมาจากคุณหมอ Hong-Cheol Lim จากคลีนิค Mecca Esthetic Clinic www.psmecca.com ) การที่ไม่ติดสกรูนั้นสามารถลดคามกว้างของโหนกแก้มได้มากกว่าการติดสกรูแน่ นอนค่ะ บาง และที่สำคัญไม่มีลวด เหล็ก หรือสกรูอยู่บนใบหน้าเราให้กวนใจค่ะ (เวลาเราไปเอ็กซเรย์ใบหน้าพวกเหล็กลวดอะไรพกนี้เห็นชัดเจนบนฟิล์มเอ็กซเร ย์ค่ะ ) ดูภาพกันเลยนะค่ะ ว่ามันต่างกับแบบสกรูจริงไหม



จากรูปเปรียบเทียบด้านขวา เป็นการติดสกรู ด้านซ้ายไม่ติดสกรูค่ะ
จะเห็นได้ว่าด้านซ้ายดูแคบกว่าด้านขวาเล็กน้อย สักประมารสองสามมิล (ถือว่าลดได้เยอะนะค่ะ)
แล้วทีนี้ผลหลังจากผ่าตัดหรือค่ะ บางท่านบอกว่าเวลาคลำ(แบบไม่ติดสกรู) เราก็จจะเจอปุ่มกระดูกตรงส่วนที่ไม่ได้ต่อกับส่วนสองนะค่ะ เป็นปุ่มเล็กๆนิดเดียวไม่ก่อให้กิดความรำคาญ ดีกว่าติดสกรูค่ะเพราะไม่อยากไปหาหมอแล้วเจอลวดบนแผ่นเอ็กซเรย์ใบหน้าค่ะ อันนี้แล้วแต่ชอบนะค่ะ
ส่วนสิ่งที่ต้องระวังนะค่ะคือ Sagging skin การหย่อนยานของเนื้อหลังจากผ่าตัดลดกระดูกโหนกแก้ม อันนี้ให้คำนึงถึงวิธีการผ่าตัดให้ดีอย่าให้คุณหมอไปรบกวนหรือแยกเนื้อเยื่อ กับกระดูกมากไปไม่งั้นอาจจะมีผลหลังผ่าตัดในเรื่องผิวหย่อนค่ะ บางคนก็บ่นหลังจากผ่าตัดแล้วตอนแรกขอให้หมอลดให้เยอะๆ (บางคลีนิคที่ชาวเกาหลีนิยมไปกันอย่างเช่น cinderella มักจะตัดลดแบบเห็นการเปลี่ยนแปลงชัดเจน จนหน้าเล็กเลยค่ะ ) พอผลที่ออกมาคือหน้าเล็กไปเลยแต่ได้แก้มหย่อนเข้ามาเลยอยากเสริมกระดูกโหนก แก้มกลับไป อิอิ อันนี้พิจารณาคลีนิคดีๆนะค่ะ บางคลีนิคก็ตัดมากเกิน บางคลินิคทำพอดีๆเพราะเข้าใจเรื่องพวกนี้ดีค่ะ
อีกอันนึงคือ ความสมดุลระหว่างหน้าด้านขวากับซ้าย อย่างที่เกริ่นไว้ก่อนหน้านี้แล้วว่าคุณหมอ Park จาก IDhospital จะเชี่ยวชาญด้านนี้ค่ะ
ส่วนวิธีลดการบวมก็หาอ่านได้จากการลดอาการบวมหลังจากผ่าตัดเสริมจมูกค่ะ
ขอปิดประเด็นเรื่องผ่าตัดโหนกแก้มนะค่ะ ยังไงถ้าสนใจคลีนิคไหนก็หาอ่านได้หลังบทความด้านล่างนะค่ะ เดี่ยวจะเอารายชื่อคลีนิคมาแนะนำกัน
ขอเครดิตรูปภาพใก้กับคุณหมอพาร์ค จากคลีนิค ozclinic มา ณที่นี้ด้วยนะค่ะ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บันทึกการเข้า

admin

  • ADMINISTRATOR
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 343
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #3 เมื่อ: เมษายน 28, 2010, 08:58:01 PM »

มาว่ากันถึงเรื่องของการผ่าตัดกระดูกคางบ้างค่ะ Facial contouring

การเสริมคางของเกาหลีนั้นสำหรับคนคางสั้นหรือคางหุบนั้น ก็มีทั้งใส่แบบซิลิโค กอร์เท็กซ์ เม็ดพอร์ ไขมัน ผ่าตัดผ่านข้างในปาก ใช้เวลาในการผ่าตัดสั้นๆค่ะ แต่ทั้งนี้ก็ยังมีอีกวิธีนึงที่นิยมเช่นกัน และผลที่ได้ก็ค่อนข้างธรรมชาติ คือการผ่าตัดเลื่อนคางด้วยกระดูกจริงของเรา หลักการก็คือการตัดกระดูกตรงส่วนคาง แล้วเลื่อนกระดูกคางของเราไปด้านหน้าและติดลวดค่ะ สำหรับการผ่าตัดแบบนี้ในไทยก็มีเช่นกันค่ะ ที่เคยได้ยินมาก็คุณหมอจุฑา จันทร์ศรีค่ะ ส่วนที่เกาหลีกรรมวิธีก็คล้ายกันเลยค่ะ วิธีก็ดูได้จากรูปค่ะ รูปแรกเป็นการตัดกระดูกคาง รูปที่สองคือการเลื่อนไปด้านหน้าแล้วใช้วัสดุเชื่อมคางเข้าด้วยกันค่ะ





การตัดเลื่อนคางที่ยาวเกินไป กรรมวิธีก็คือตัดกระดูกคางออกสองส่วน แล้วเลื่อนเข้าค่ะ ดูจากรูปเลยนะค่ะ



ส่วนการพักฟื้นอันนี้ก็ไม่นานประมาณหกวันได้ค่ะแล้วแต่ว่าใครบวมมากน้อยแค่ไหน

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ต่อไปคือการผ่าตัดเสริมหน้าผาก

เคยเห็นหน้าผากโหนกนูนของดาราเกาหลีไหมค่ะ หลายๆคนก็เลยฮิตไปทำการเสริมหน้าผากกัน ถ้าบ้านเราที่เห็นๆว่ามีหน้าผากโหนกนูนสวยก็คงน้องปอยนี่ละค่ะ วัสดุที่ใช้ในการเสริมหน้าผากนั้น เป็นซิลิโคนที่จัดเตรียมมาเพื่อหน้าผากเราโดยเฉพาะ จะจัดวัดสำหรับหน้าผากเราเองเลย หรือบางครั้งถ้าเราอยากจะใช้ไขมันตัวเองก็ได้ แต่ก็ต้องมีการผ่าตัดหลายที่และมีการจัดคัดไขมันอย่างดีไว้มิฉะนั้นการสูญ เสียไขมันในระหว่างทีฉีดกลับเข้าไปและหลังจากที่ปลูกไขมันถ้าเราเลือกไขมัน เกรดไม่ดีอาจจะติดได้น้อยด้ยค่ะ อันนี้เห็นเขาว่ามีคลีนิคที่เกาหลีที่เชียวชาญด้านไขมันโดยเฉพาะชื่อคุณหมอ ยัง ยีฮุย เวบไซต์ www.kangnamps.co.kr Kangnam plastic surgery Dr Young Yihui ค่ะ ส่วนข้อดีข้อเสียระหว่างซิลิโคนกับไขมันนั้น คือซิลิโคนจะอยู่ถาวร (คล้ายๆหน้ากากแต่สวมตรงหน้าผากค่ะ) ใช้เวลาประมาณหนึ่งอาทิตย์ในการจัดทำแผ่นหน้ากากหน้าผาก โดยใช้พลาสเตอร์เป็นหลอมจำลองหน้าผากเราค่ะ กรรมวิธีก็คือเจาะแผลไปที่หนังศรีษะประมาณสี่ถึงห้าเซ็นต์แล้วใส่ซิลิโคน เข้าไปค่ะ ดูรูปค่ะ





ส่วนการเสริมด้วยไขมันข้อดีคือไม่มีแผลเป็นค่ะแต่หลังจากนั้นไขมันอาจจะสลายอาจจะต้องมีการมาเติมทุกๆหกเดือนค่ะ
เกือบทุกคลีนิคที่เกาหลีจะมีบริการเสริมหน้าผากโดยซิลิโคนนะค่ะ ยังไงก็หาอ่านรายละเอียดได้ค่ะ อาจจะยากนิดนึงเพราะป็นภาษาเกาหลี แต่บางคลีนิคก็มีบริการภาษาอังกฤษค่ะ


-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------



การผ่าตัดลดกล้ามเนื้อน่อง (Calf Reduction)


กล้ามเนื้อที่สวยงามเป็นที่ต้องการของทุกๆคน แต่โชคร้ายที่ผู้หญิงเอเชียส่วนใหญ่มีกล้ามเนื้อน่องที่สั้น อีกทั้งประเทศเกาหลีเป็นประเทศแรกที่คิดค้นการลดกล้ามเนื้อน่องขึ้นมา
เมื่อก่อนนั้น การลดน่องมักจะเน้นไปที่การลดไขมัน แต่ผลจากการดูดไขมันนั้นไม่น่าประทับใจสักเท่าไร เนื่องจากว่าน่องคนเรานั้นประกอบไปด้วยมัดกล้ามเนื้อซะส่วนใหญ่ มีไขมันเพียงนิดเดียว
ดังนั้นการลดกล้ามเนื้อ Gastrocnemius เป็นวิธีที่ปลอดภัยและได้ผลมากที่สุด ส่งผลให้น่องดูยาวขึ้นและผอมลง


หลากหลายวิธีในการลดน่อง

1. การฉีดโบทอกซ์ไปที่มัดกล้ามเนื้อ
Gastrocnemius เมื่อสิบปีก่อนนั้นเป็นที่นิยมกัน แต่เนื่องจากผลที่เกิดขึ้นนั้นไม่ถาวรจะต้องมาฉีดเรื่อยๆจึงไม่เป็นที่นิยม ในปัจจุบัน
2. การบล็อกเส้นประสาทโดย การฉีดสารพิษเข้าไป การผ่าตัดด้วยคลื่นความถี่วิทยุ(Radiofrequency Ablation)
การบล็อคเส้นประสาท Gastrocnemius นั้นเป็นวิธีง่ายและมีแผลเป็นน้อย แต่เป็นผลที่ไม่น่าพอใจสักเท่าไร เนื่องจากการบล็อคนั้นสามารถลดกล้ามเนื้อ Gastrocnemius แบบธรรมดาๆเท่านั้น ในบางส่วนของ Gastrocnemius อาจจะเกิดการขยายตัวขึ้น และขาอาจจะดูโก่งๆผิดรูปได้ ผลลัพธ์ทีได้ไม่แน่ไม่นอน ดังนั้นวิธีนี้จึงไม่เป็นที่นิยมสักเท่าใด
3. การผ่าตัดด้วยคลื่นวิทยุเพื่อลดมัดกล้ามเนื้อ (Radiofrequency Muscle Ablation ) ถึงแม้ว่าการผ่าตัดด้วยคลื่นวิทยุเพื่อลดมัดกล้ามเนื้อนี้จะสามารถลดกล้าม เนื้อและพังผืดได้เยอะ แต่ผลที่ได้ก็คือกล้ามเนื้อแข็งๆเหมือนหิน ดังนั้นจึงจะต้องมีการผ่าตัดเพิ่มตามมาอีกครั้งเพื่อลดความแข็งตรงนี้
การพักฟื้นหลังผ่าตัดก็นาน และการลดมัดน่องข้างๆได้น้อยมาก
4. การผ่าตัดลดกล้ามเนื้อ Gastrocnemius บางส่วน (Partial gastrocnemius muscle resection) เป็นวิธีที่ปลอดภัยที่สุด ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างแน่นอน ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของน่องอย่างเห็นได้ชัด

เป็นการผ่าตัดไปยังส่วนมัดกล้ามเนื้อที่ต้องการลด ดังนั้นเราจึงสามารถควบคุมผลลัพธ์ให้ออกมาแน่นอนชัดเจนได้
เนื่องจากว่าในพังผืดกล้ามเนื้อไม่มีเส้นเลือดสำคัญๆหรือเส้นประสาทอยู่ ดังนั้นการกระทบกระทั่งหลอดเลือดหรือกล้ามเนื้อจึงไม่เกิดขึ้น
ถึงแม้ว่าการพักฟื้นหลังผ่าตัดจะใช้เวลานานเช่นกัน แต่ว่าผลที่ได้ก็คุ้มค่าคะ

เครดิตจากคุณหมอ park ของ OZ clinic ค่ะ

ตัวอย่างการผ่าตัดลดน่องจาก OZ Clinic ค่ะ คุณหมอท่านนี้มีชื่อเสียงในด้านลดกล้ามเนื้อน่องมากค่ะ



มาถึงการผ่าตัดหน้าอกและส่วนอื่นๆของ ร่างกาย อันนี้ขอไม่พูดถึงนะค่ะ เนื่องจากคุณหมอในไทยหลายๆท่านนั้นเก่งในด้านนี้มากอยู่แล้วค่ะ อย่างที่เขาว่ากันว่าถ้าหน้า เกาหลี ถ้าต่ำกว่าหน้า ให้มาบ้านเรา ฮ่าฮ่า (แบบว่าแอบเหนื่อยเล็กน้อย )

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

มาถึงการเดินทาง สถานที่ค่ะ

ในเกาหลีใต้นั้น มีคลีนิคศัลยกรรมมากมาย โดยเฉพาะย่าน Apgujeong(???) เป็นแหล่งชอปปิ้ง แฟชั่นแบรนด์แนมต่างๆ คล้ายๆกับว่าเป็นศูนย์กลางของเมือง (Gangnam) เป็นย่านที่ได้ชื่อว่า "The Beverly Hills of Seoul"



การเดินทางไป Apgujeong (ไม่กล้าเรียกเป็นภาษาไทย กลัวเรียกผิด อิอิ)

จากสนามบินนั้นสามารถนั่งรถสาย Chenho-dong (No.606) เส้นทางดินรถดังนี้ค่ะ
Incheon Airport- Apgujeong-dong - Samseong Stn. - Olympic Parktel

ทางรถไฟสามารถนั่งรถไฟสาย Seoul Subway Line 3(สายสีส้ม) มาลงที่สถานี Apgujeong เมื่อออกมาจากสถานี คุณจะมองเห็นคลีนิคอยู่ข้างหน้าคุณอย่างน้อยก็ 2-3 คลีนิค


สำหรับที่พักใกล้ๆสถานี Apgujeong
Noblesse Yeoksam Hotel (อันนี้เราหาข้อมูลเอาเองนะค่ะ ไม่ทราบเหมือนกันว่าดีไหม แต่แค่สามร้อยเมตรจากสถานี)
โรงแรม Young Dong Hotel ห่างจากสถานีประมาณ 700 เมตรค่ะ ใครมีข้อมูลเพิ่มเติมเอามาลงได้เลยนะค่ะ


ที่พักย่านอื่นค่ะ

เคยมีคนมาที่ไปเกาหลีใต้มาเขียนแนะนำคิมเกสเฮ้าส์ค่ะ เห็นว่าไม่ไกลจากเมืองมาก ที่พักสดวกสบายค่ะ เห็นมีคนไทยไปริวิวในเวบไซต์ด้วยค่ะ www.kimsguesthouse.com/kimseng/default_kim.htm

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บันทึกการเข้า

admin

  • ADMINISTRATOR
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 343
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #4 เมื่อ: เมษายน 28, 2010, 08:58:51 PM »

ต่อไป รายชื่อคลีนิคที่ประเทศเกาหลีใต้ค่ะ

รายชื่อคลีนิคศัลยกรรมประเทศเกาหลีใต้

- ID Hospital ( Dr.Park Sang-Hoon) มีเวบไซต์เป็นภาษาอังกฤษด้วยค่ะ eng.idhospital.com/en.asp มีชื่อเสียงทางด้านกระดูกใบหน้า การผ่าตัดลดโหนกแก้ม คาง การทำวีไลน์ การสมมาตรของใบหน้า มีล่ามภาษาอังกฤษช่วยดูแลช่วยเหลือรู้สึกว่าจะชื่อ โซอี้ (zoe) คุณหมอพูดภาษาอังกฤษได้ค่ะ ถ้าทำการลดกระดูกใบหน้า จะมีแถมบริการบำรุงผิวหลังผ่าตัดเพื่อลดอาการบวมและอักเสบฟรีด้วยค่ะ สนนราคาก็แพงเอาการ แล้วแต่เคสๆไปค่ะ (มีการผ่าตัดศัลยกรรมอย่างอื่นด้วย ทั้งตา จมูก .... แต่จะเก่งเรื่องกระดูกใบหน้า) ราคาคงต้องสอบถามกับทางคลีนิคค่ะฃ

- Migo clinic คุณหมอลี พูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย มีล่ามแมนดารินและภาษาอังกฤษค่ะ แต่พนักงานส่วนใหญ่พูดแมนดารินหรืออังกฤษไม่ได้เลย เก่งในด้านตาค่ะ ราคาในการแก้ตา 2.3 ล้านวอน (1 วอน = 0.028 บาท) ตกประมาณ 66,000 บาทค่ะ เวบไซต์ไม่มีภาษาอังกฤษค่ะ www.migoclinic.co.kr ตัวอย่างผลงานการทำตา www.migoclinic.com/c_eye/eye8.asp

- Oz Clinic คุณหมอ park เก่งเรื่องการลดน่องค่ะ เวบไซต์มีภาษาอังกฤษ คุณหมอพูดอังกฤษได้ดีมากค่ะ แต่คลีนิคเล็กมาก ราคาก็ไม่แพงมาก เวบไซต์ drpark.co.kr/eng/index.htm

- BK DongYang คุณหมอเก่งเรื่องใบหน้าเช่นกันค่ะ แต่ชื่อเสียงการดูแลหลังผ่าตัดไม่ค่อยดีเท่าที่ควรค่ะ(คุณหมอออกจะไม่ง้อคน เห็นเขาว่างั้น) ราคาก็ไม่แพงเท่า ID hospitalแต่ต่างกันไม่เท่าไรค่ะ เวบไซต์เป็นภาษาอังกฤษ มีล่ามภาษาอังกฤษค่ะ eng.bkdy.co.kr/photo/photoList.asp?cate=face

- คุณหมอ Hong-Cheol Lim จากคลีนิค Mecca Plastic Surgery ค่ะ คุณหมอบอกว่าพูดอังกฤษได้ค่ะ แต่ไม่มีเวบไซต์ภาษาอังกฤษค่ะ ยังไงถ้าสนใจคุณหมอก็ติดต่อได้ที่อีเมลส์ lim00771@yahoo.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน , lim00771@hanmail.net อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน ส่วนเวบไซต์คลีนิค www.psmecca.com/

- คลีนิคแฟซไลนท์(ไม่มีข้อมูลค่ะ) www.face-line.co.kr/gnuboard4/index.html

- คลีนิคสมอลเฟซ เป็นที่นิยมของคนเกาหลีมากค่ะ ไม่มีล่ามอังกฤษค่ะ คลีนิคไม่มีเวบไซต์ภาษาอังกฤษค่ะ แต่ตัดโหนกก็คือยุบจริง เจ็บจริง เห็นจริง อิอิ ราคาก็ไม่แพงมากค่ะ เพราะคนไข้ส่วนใหญ่จะเป็นคนเกาหลีค่ะ ขอเอาลิ้งตัวอย่างการตัดโหนก กราม ลดใบหน้าให้ดูนะค่ะ www.small-face.com/zgezge/htm/smallface_...f8d9474e3018dcc4a203 ลองกดๆสุ่มๆไปนะค่ะเดี่ยวก็เจอคนที่ลดหน้าใหญ่ค่ะ

- สมอลเฟซอีกที่นึงค่ะ ยกเอาตัวอย่างมาให้เห็นกันเลยดีกว่า แบบว่าไม่มีภาษาอังกฤษค่ะในเวบ www.smallface.co.kr/photo6.html#1 คุณหมอพูดอังกฤษไม่ได้ค่ะ แต่มีล่ามภาษาอังกฤษเป็นคนจีนชื่อ Guo Rongr ong อีเมลส์: small_face@hanmail.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

- เมกเฟซ อิอิ คลีนิคเกาหลีนี่หลายๆเฟซกันจริงๆ สำหรับคนที่มีความพยายามในเรื่องภาษาเกาหลี ลองดูนะค้ะwww.makeface.co.kr/bbs1/bna_lst.php?category=k

- โซลพีเอสค่ะ www.seoulps.co.kr/main/main.asp

- โรเมียน(คุณหมอมีวีดีโอตัวอย่างในในยูทูปเยอะค่ะ www.romian.co.kr/


วีดีโอในยูทูป หน้าผาก


<object width="640" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/HfiZu-nQDfc&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en_US&feature=player_embedded&fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/HfiZu-nQDfc&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en_US&feature=player_embedded&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="385"></embed></object>
 

คาง

<object width="640" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/9sJQ7mDio_E&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en_US&feature=player_embedded&fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/9sJQ7mDio_E&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en_US&feature=player_embedded&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="385"></embed></object>

จมูก

<object width="640" height="385"><param name="movie" value="http://www.youtube.com/v/l3T0qs0u7p0&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en_US&feature=player_embedded&fs=1"></param><param name="allowFullScreen" value="true"></param><param name="allowScriptAccess" value="always"></param><embed src="http://www.youtube.com/v/l3T0qs0u7p0&color1=0xb1b1b1&color2=0xcfcfcf&hl=en_US&feature=player_embedded&fs=1" type="application/x-shockwave-flash" allowfullscreen="true" allowScriptAccess="always" width="640" height="385"></embed></object>

- เรียลคอสเมติกค่ะ เวบไซต์เป็นภาษาอังกฤษค่ะ เห็นว่ามีการชนะการประกวดรางวัลศัลยกรรมอะไรกันด้วย www.realcosmetic.com/english/

- เจลิมค่ะ เวบไซต์มีภาษาอังกฤษค่ะ www.jelimps.com/eng/jelim01.html

- แกรนพลาสิติกเซอเจอรี่ เห็นว่าทำจมูกสวยค่ะ ส่วนรูปตัวอย่างลองคลิ็กด้านซ้ายล่างๆหน่อยมือที่มีรูปเยอะๆอะค่ะ เวบไซต์ค่ะ www.grandsurgery.com/ เวบไซต์ไม่มีภาษาอังกฤษค่ะ แต่คลีนิคมีล่ามภาษาอังกฤษค่ะ ชื่อ เอวา อีเมลส์ heejung1022@hotmail.com อีเมลนี้จะถูกป้องกันจากสแปมบอท แต่คุณต้องเปิดการใช้งานจาวาสคริปก่อน

- ซินเดอเรลล่าคลีนิค คนเกาหลีนิยมกันค่ะ แต่เห็นคนไปลดกระดูกใบหน้าแล้วแบบว่าลดให้เยอะมาก (แต่คนเกาหลี กับพวกดาราเกาหลีจะแวะเวียนมาคลีนิคนี้บ่อยๆค่ะ) บางคนหลังไปทำมาแล้วอยากเสริมโหนกแก้มกลับเข้าไปก็มี เพราะหน้าหย่อนไป ฮ่าฮ่า www.cindyclinic.com/ ลิ้งดารา www.cindyclinic.com/star/star_list.php


สำหรับคนต่างชาตินั้น แนะนำพยายามหาคลีนิคที่มีล่าม หรือคุณหมอสื่อสารภาษาอังกฤษได้ดีนะค่ะ เพราะว่าอันนี้สำคัญมาก

-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

บทความทั้งหมด ถูกแปล และเรียบเรียง พร้อม ได้สอดแทรก ความคิดเห็นส่วนตัวจาก ผู้เรียบเรียง

ขอสงวนลิขสิทธ์ ตาม พ.ร.บ คอมพิวเตอร์


โดย คนดี
บันทึกการเข้า

eveevesung

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 34
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
  • ความสวยไม่ใช่เรื่องสำคัญ..แต่เป็นสิ่งแรกที่มองเห็น
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #5 เมื่อ: พฤษภาคม 04, 2010, 02:00:06 PM »

Oh My God!!!..ที่เกาหลีสุดยอดจริงๆเลยค่ะ
บันทึกการเข้า

violet

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 61
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #6 เมื่อ: พฤษภาคม 08, 2010, 06:11:05 PM »

 bravo_2 สุดยอดเลยค่ะ กว่าจะแปลและเรียบเรียงภาษาได้นะคะ คงนานน่าดูเลย

ขอบคุณข้อมูลดี ๆ นะคะ แต่แพงน่าดูเลย
บันทึกการเข้า
=====I LOVE SILICONECLUB=====

สอดสร้อยมาลา

  • สวยได้ ถ้ามีเงิน
  • ผู้ดูแลเว็บไซต์
  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 62
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
  • สวยได้ ถ้ามีเงิน
    • ยาสมุนไพรหมอเส็ง
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #7 เมื่อ: พฤษภาคม 09, 2010, 01:51:24 PM »

พี่สอดอยากไปทำมาก ๆ ค่ะ

แต่ตอนนี้ ต้องเกา...ตัวเองไปก่อน เพราะกระเป๋าแบนค่ะ 03
บันทึกการเข้า

babybiw

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 68
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #8 เมื่อ: พฤษภาคม 23, 2010, 05:11:48 PM »

ผ่าตัดกรามนี่แพงมั้ย งะ  ลดน่อง วุ้ยอยากทำๆ 55+
บันทึกการเข้า

pink.rabbits

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #9 เมื่อ: มิถุนายน 23, 2010, 03:11:30 PM »

อยากลดน่องมากที่สุดเรยยยย 86
บันทึกการเข้า

KoreanBoy

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 2
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #10 เมื่อ: สิงหาคม 31, 2010, 07:26:15 PM »

Thank so much for your information that provided us. I've got the surgery today in Korea at Migo clinic, Korea. I will share everyone when i am home...Thanks sincerely 2345 
บันทึกการเข้า

jubjib

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 238
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #11 เมื่อ: กันยายน 03, 2010, 04:46:05 AM »

Thank so much for your information that provided us. I've got the surgery today in Korea at Migo clinic, Korea. I will share everyone when i am home...Thanks sincerely 2345

Good luck for You Koreanboy...I wish your luck

บันทึกการเข้า

babyseoul

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 12
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #12 เมื่อ: ธันวาคม 03, 2010, 05:41:42 PM »

โฮ้ สุดยอดมากๆๆๆเลยค่ะ

เป็นข้อมูลที่เจ๋งจริงๆ   

สนใจจะไปทำอยู่ค่ะ อยากได้ใบหน้า วีไลท์ ควรทำยังไงก่อนดีคะ

ขอบคุณมากๆๆๆเลยค่ะ  !!!!!!!!  49
บันทึกการเข้า

chinjung112

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #13 เมื่อ: พฤศจิกายน 17, 2012, 02:02:12 PM »

แน่นอนเลยครับเกาหลีดีจิง
บันทึกการเข้า

dianadd

  • *
  • ออฟไลน์ ออฟไลน์
  • กระทู้: 1
  • เงินที่มีอยู่: 0 beauty
    • อีเมล์
Re: ข้อมูล การศัลยกรรม ประเทศเกาหลี (โดย condee)
« ตอบกลับ #14 เมื่อ: มกราคม 16, 2013, 02:37:05 PM »

นอกจากล่ามภาษาอังกฤษ  ยังมีล่ามไทยที่โน่นด้วยนะคร๊าบบ 08
แชย์ข้อมูลกัน !!!!!   67
 ที่เราหามาได้คือล่ามไทยที่ ID Hospital เมล์ idhospital_th@hotmail.com
ส่วนล่ามไทยส่วนตัวที่แปลให้ทุกโรงพยาบาล เมล์ whitechoc_cupcake@hotmail.com
บันทึกการเข้า
 

Rss
Powered by SMF 2.0 RC3 | SMF © 2006–2010, Simple Machines LLC
New Year 2010 Theme Design By Cado