doc01

gallerymember






koreandoc





question1

แผลจากการผ่าตัดศัลยกรรมประเภทต่าง

Monday, 26 October 2009 16:29

แผลจากการผ่าตัดศัลยกรรมประเภทต่าง

เครดิตจาก http://thebreaststory.com


?



ข้อจำกัดของการผ่าตัด

* การผ่าตัดจะเพื่อความงามหรือแก้ไขความพิการไม่สามารถแก้ได้ 100 % ซึ่งขึ้นกับปัจจัยหลายๆอย่าง ท่านจะต้องปรึกษาแพทย์ถึงข้อจำกัดดังกล่าว
* คุณไม่สามารถเลือกรูปร่าง หรือขนาดของจมูกจากหนังสือ เนื่องจากลักษณะใบหน้าหรือส่วนประกอบของใบหน้าไม่เหมือนกัน จมูกแต่ละแบบก็เหมาะสำหรับใบหน้าแต่ละแบบ
* การผ่าตัดจมูกเป็นการแก้ไขความไม่สมดุล มิใช่การแกะสลัก
* การผ่าตัดจมูกไม่สามารถผ่าตัดนำเนื้อเยื่อออกมากเกินไป เพราะจะทำให้จมูกไม่คงรูป
* ผิวหนังบริเวณจมูกก็ไม่สามารถตัดทิ้งมากได้เหมาะจะทำให้เกิดการดึงรั้ง
* ลักษณะผิวหนัง อายุ และความผิดปกติที่เกิดขึ้นกับจมูก จะเป็นข้อจำกัดของการผ่าตัด

การผ่าตัดมีโรคแทรกซ้อนมากน้อยแค่ไหน


สำหรับคุณผู้หญิงที่รักสวยรักงามเมื่อตัดสินใจจะทำการผ่าตัดเสริมจมูกแล้ว ท่านต้องตระหนักถึงโรคแทรกซ้อนที่อาจจะเกิดขึ้น แม้ว่าจะอยู่ในมือของผู้เชี่ยวชาญแล้วก็ตาม โรคแทรกซ้อนที่อาจจะพบได้คือ

* มีการติดเชื้อ
* เลือดกำเดไหลออก แต่มักจะเป็นไม่มาก
* แพ้ยาชา
* อาจจะเกิดแผลเป็น
* อาจะเกิดการผิดรูป เนื่องจากอาจจะเกิดพังผืดยึดกระดูกอ่อนทำให้จมูกผิดรูป
* ประมาณ 1 ใน10รายต้องผ่าตัดอีกครั้งเพื่อแก้ไข
* ให้ระลึกอยู่เสมอว่าการผ่าตัดแก้ไขหรือเสริมความงามไม่สามารถรับประกันได้ 100%ว่าจะออกมาสมบูรณ์แบบ

?

?



แผลจากการผ่าตัดศัลยกรรมหน้าอก

การเลือกแผลผ่าตัดโดยทั่วไปขึ้นอยู่กับความชอบส่วนตัวของคนไข้ โดยทั่วไปแผลผ่าตัดที่สามารถใช้เสริมหน้าอกได้ มีดังนี้

  1. รักแร้
  2. ปานนม
  3. ใต้ราวนม
  4. สะดือ
  5. ผ่านแผลผ่าตัดอื่นๆ เช่น แผลผ่าตัดไขมันหน้าท้อง หรือ การเสริมหน้าอกร่วมกับการกระชับที่หน้าอก

การ เลือกแผลผ่าตัด อยู่กับความชำนาญของศัลยแพทย์ โดยทั่วไปแพทย์บางท่านอาจมีแผลผ่าตัดบางตำแหน่งที่ ชำนาญและทำได้ดีก็อาจต้องเลือกแผลตามความถนัดของแพทย์ ถ้าเลือกถุงซิลิโคนขนาดใหญ่อาจไม่เหมาะที่จะเข้าทางปานนมที่มีขนาดค่อนข้าง เล็ก หรือแผลทางเข้าที่สะดือก็ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ ที่ต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ ผ่าตัดเพิ่มเติม

ความ ยาวของแผลขึ้นอยู่กับลักษณะของซิลิโคนโดยทั่วไป การใช้ถุงน้ำเกลือที่ต้องฉีดน้ำเกลือภายหลังสามารถเปิดแผลเล็กๆได้ เพราะถุงที่ใส่ผ่านแผลเป็นถุงเปล่า ขณะที่สอดถุงผ่านแผลผ่าตัดสามารถม้วนถุงให้มีขนาดเล็กได้ ขณะที่ถุงเจลจะมีการใส่เจลในถุงมาก่อนจากบริษัท ขณะที่ใส่ถุงที่มีเจล ผ่านผ่าตัดทำให้แผลทางเข้าต้องมีขนาดใหญ่พอสมควร นอกจากนั้นแล้วถุงเจลผิวเรียบและผิวทรายก็มีผลต่อขนาดของแผลเหมือนกัน ถุงผิวเรียบมีลักษณะนิ่มกว่า และสามารถจับเปลี่ยนรูปร่างได้มากกว่าถุงเจลผิวทราย ทำให้ใส่ผ่านแผลขนาดเล็กได้ง่ายกว่า ดังนั้นถ้าใช้ถุงเจลผิวเรียบ ก็จะสามารถเปิดแผลที่มีขนาดเล็กกว่าผิวทราย

ในที่นี้จะกล่าวถึงข้อดีหรือข้อเสียของการใช้แผลทางเข้าแบบต่างๆ

  1. แผลรักแร้ โดยทั่วไปจะมีขนาด 2-3 ซ.ม. ด้านในของรักแร้ บริเวณกึ่งกลางตำแหน่งของแผลมักเลือกบริเวณที่มีรอยลึกที่สุดของรักแร้ เพื่อช่วยให้แผลเป็นในรอยร่องรักแร้เดิม ถ้าดูแลแผลได้ดี แผลที่รักแร้จะมองไม่ค่อยชัดหลังจากภายหลังแล้ว นอกจากนั้นหลังการเข้าทางรักแร้ ช่วยให้บริเวณหน้าอกไม่มีแผลเป็นเลยรักแร้เป็นตำแหน่งที่คนทั่วไปไม่ค่อยให้ ความสนใจ ดังนั้นจะมักไม่เป็นที่สังเกต นอกจากนั้นถ้าเลือกตำแหน่งที่ลงแผลในรักแร้จริงๆแล้ว เย็บปิดแผลอย่างดี แผลเป็นก็จะดีมาก ทำให้ไม่เป็นที่สังเกต

    การเสริมหน้าอกโดยทั่วไปใช้แผลรักแร้จะทำได้ดีหรือไม่ ขึ้นอยู่กับประสบการณ์ของแพทย์แต่ละ
    วิธีการนี้สามารถ ใส่ถุงเต้านมได้ทั้งตำแหน่ง เหนือกล้ามเนื้อ, ใต้กล้ามเนื้อบางส่วน และใต้กล้ามเนื้อทั้งหมด เป็น
    ตำแหน่งที่ดีมาก สำหรับการใส่ใต้กล้ามเนื้อเพราะสามารถยกกล้ามเนื้อขึ้นได้ทั้งหมด การเข้าทางรักแร้ ช่วยให้
    บริเวณเต้านมไม่มีแผลเป็น โดยที่แผลเป็นซ่อนอยู่ในรักแร้

    ข้อเสียก่อนการผ่าตัดรักแร้ คือ ถ้าต้องการแก้ไขหลังผ่าตัดครั้งแรก อาจจำเป็นต้องเปิดแผล ตำแหน่ง
    อื่นๆ เช่น หัวนมหรือให้ราวนม เพราะแผลทางรักแร้ไม่สามารถมองเห็นตำแหน่งที่ถุงเต้านมอยู่ได้ชัดเจน การแก้ปัญหาบางชนิด เช่น การที่ถุงเต้านมเลื่อนลง หรือการตัดพังพืด สามารถทำได้ค่อนข้างยาก ถ้าใช้แผลรักแร้ ดังนั้น
    ถ้ามีปัญหาเกิดขึ้นภายหลังอาจต้องเปิดแผลหัวนมหรือปานนมแทน

    ปัญหาอีกอย่างหนึ่งคือการที่แผลผ่าตัดอยู่ไกลจากตำแหน่งของเต้านม การเลาะเปิดช่องใส่เต้านมอาจ
    เปิดช่องว่างได้ไม่ดีหรือไม่กว้างพอ โดยเฉพาะการเสริมเหนือกล้ามเนื้อ

    Sample Image

    แผลผ่าตัดที่รักแร้ จะเจ็บหลังผ่าตัดมากกว่าแผลที่หัวนมหรือฐานนม เนื่องจากมีการเปิดช่องว่างในถุง
    เต้านมในระยะทางยาวกว่า
  2. แผลหัวนมอาจเรียกว่าแผลปานนม (AREOLAR, NIPPLE) โดยการเปิดแผลที่บริเวณขอบล่าง ของ
    ปานนมเป็นรอยต่อของสีเข้มกับสีอ่อนของหน้าอก
    • สามารถทำการผ่าตัดใส่ถุงเต้านมเหนือหรือใต้กล้ามเนื้อ
    • สามารถประมาณตำแหน่งที่เราผ่าตัดได้ชัดเจน สามารถเปิดช่องใส่ถุงเต้านมได้พอดี
    • แผล ที่เปิดบริเวณขอบล่างของปานนมเป็นตำแหน่งที่ ผิวหนังสีเข้มต่อกับผิวหนังสีขาวของเต้านมแพทย์บางคนอาจลงแผลกลางปานนมก็ได้ แต่ไม่เป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป กรณีที่ลงแผลขอบล่างปานนม แผลที่ลงควรลงไปตำแหน่งของรอยต่อ ปานนมและเนื้อนมพอดี ไม่ควรลงด้านในของปานนม เพราะถ้าแผลหายดีบริเวณแผลเป็นจะมีลักษณะเป็นสีขาวทำให้เห็นแผลเป็นได้ชัด

    • แผลหัวนมถ้าหายดีจะมองเห็นไม่ชัด แต่ถ้าแผลหายช้ามักมีปัญหา แผลเป็นแผลหลังติดเชื้อจะมองเห็นแผลเป็นได้ชัดกว่าแผลที่หายเป็นปกติ
    • กรณี ที่ต้องการยกกระชับหน้าอกร่วมกันกับเสริมหน้าอกแผลหัวนมเป็นแผลที่ควรใช้มาก ที่สุดเพราะการยกกระชับหน้าอก จะต้องเปิดแผลบริเวณหัวนมด้วยอยู่แล้ว ดังนั้นในการที่จะต้องยกกระชับหน้าอกด้วย ควร
      เลือกแผลนี้เป็นทางเข้า
    • ข้อจำกัดของการใช้แผลหัวนมคือถ้าปานนมเล็กแต่ต้องการใส่ถุงขนาดใหญ่มากอาจไม่สามารถทำได้

    • Sample Image
        • คน ทั่วไปจะคิดว่าการเปิดแผลปานนมไม่สามารถใส่ถุงเต้านมใต้กล้ามเนื้อได้แต่ใน ความจริงแล้วแผลใต้ปานนมสามารถใส่ถุงเต้านมไว้ได้ทำเหนือหรือใต้กล้ามเนื้อ การใส่ใต้กล้ามเนื้อจะเจ็บกว่าเพราะจะมีการเปิดชั้นกล้ามเนื้อด้วย

          ข้อเสียของการลงแผลที่หัวนมคือ เนื่องจากแผลอยู่กลางหัวนม ถ้าแผลมีปัญหาเช่นอักเสบ บวมมาก
          แผลเป็นก็จะเห็นได้ชัดมาก แผลมีผลต่อการให้นมบุตรในกรณีที่หัวนมขนาดเล็ก อาจมีอาการชาที่หัวนมในระยะ
          แรกได้และเนื่องจากการผ่าตัดต้องผ่าผ่านท่อน้ำนมมีความเชื่อว่าอาจมีการปน เปื้อนของเชื้อโรคในท่อน้ำนมไปยังตำแหน่งที่วางถุงเต้านมทำให้มีโอกาสเกิด พังพืดขึ้นได้
  3. แผลใต้ราวนม เป็นแผลผ่าตัดที่นิยมทำกันมากในต่างประเทศ แผลใต้ราวนมสามารถใช้สำหรับใส่ถุงเต้านมที่ระดับเหนือกล้ามเนื้อหรือใต้ กล้ามเนื้อ และสามารถใช้ได้ดีในกรณีต้องการเอาถุงเต้านมออก เมื่อไม่ต้องการการลงแผลแบบนี้ช่วยให้สามารถระบุตำแหน่งของช่องว่างสำหรับ ใส่ถุงเต้านมได้ดี ทำให้วางถุงเต้านมได้ถูกต้องอย่างดี และแผลผ่าตัดจะไม่มีการตัดผ่านท่อนม ทำให้โอกาสที่มีเชื้อแบคทีเรียเข้ามาปนเปื้อนมีน้อย

    การเปิดแผลแผลจะลงที่ตำแหน่งขอบล่างของเต้านม ซึ่งจะเป็นรอยพับของเต้านมพอดีถ้าลงในตำแหน่งที่ดีแผลเป็นจะอยู่ที่รอยพับพอ ดีทำให้มองไม่ค่อยเห็นแผลเป็นเวลายืนหรือนั่ง แต่อย่างไรก็ตาม เวลานอนก็จะเห็นแผลเป็นได้ชัดเจนส่วนใหญ่แล้วผ่าตัดแพทย์จะลงแผลต่ำกว่ารอย พับใต้ราวนมเดิมเล็กน้อยเพื่อให้ดูแผลเป็นถูกปิดบังโดยเต้านมทำให้มองไม่ เห็น

    ข้อดีของ การลงแผลใต้ราวนม คือเมื่อจำเป็นที่ต้องผ่าตัด แก้ไขจากปัญหาอื่นๆ เช่นพังพืด,ถุงนมเลื่อนลงหรือถุงนมเข้ามาชิดกัน สามารถแก้ไขได้ทั้งหมด ถ้าเริ่มผ่าตัดครั้งแรกด้วยแผลรักแร้แล้ว ต้องแก้ไข บางครั้งอาจต้องลงแผลใหม่ เป็นแผลที่ราวนมหรือหัวนม ในการผ่าตัดครั้งที่ 2 ทำให้มีแผลเป็น 2 ที่

    ปัญหาของการเปิดแผลนี้ พบในคนที่มีเนื้อนมน้อยมากจนไม่มีขอบใต้ราวนมทำให้เวลาเปิดแผลต้องเอา
    คาดเดาเอาว่าขอบของเต้านมที่จะเกิดขึ้นใหม่ หลังการเสริมเต้านมจะเป็นบริเวณใด แต่โดยทั่วไปศัลยแพทย์ที่มี
    ประสบการณ์ มักจะวางแผนเลือกแผลทางเข้าได้ดี จึงมักไม่ค่อยมีปัญหานี้ นอกจากนั้นแล้ว แผลเป็นบริเวณนี้
    จะเปลี่ยนระดับสูงขึ้นหรือต่ำลงขึ้นอยู่กับขนาดของถุงเต้านม ดังนั้นก่อนผ่าตัดจะต้องวางแผนให้ดีเกี่ยวกับเรื่อง
    ขนาด คนไข้จะต้องแน่ใจเรื่องขนาด เพราะการเปลี่ยนขนาดในภายหลังอาจทำให้แผลเป็นเห็นชัดขึ้น กล่าวคือ
    โดยทั่วไปหลังการเสริมหน้าอกโดยใช้แผลใต้ราวนม เราจะเอาจุดศูนย์กลางของถุงอยู่ที่หัวนม และขอบของถุงอยู่
    ที่ขอบล่างของราวนมพอดี ดังนั้นในคนคนเดียวกัน ถ้าใช้ถุงขนาดใหญ่มากแผลทางเข้าจะอยู่เลื่อนสูงขึ้นกว่าขอบ
    ราวนมเดิมเพราะรอยพับของเต้านมจะเลื่อนลง ดังนั้นถ้าคนที่เคยใส่ถุงขนาดเล็กแล้วเปลี่ยนเป็นไซด์ใหญ่ขึ้น
    แผลเป็นก็จะเปิดสูงขึ้นกว่าขอบราวนมทำให้แผลไม่อยู่พอดีที่รอยพับใต้ราวนมแต่จะอยู่สูงกว่ารอบพับเล็กน้อย
    ขณะเดียวกันถ้าผ่าตัดเปลี่ยนขนาดเป็นขนาดเล็กลง แผลเป็นก็จะขยับต่ำลง ถ้าเปลี่ยนใจเอาถุงนมออก แผลเป็นก็
    จะเห็นชัดเจน เพราะไม่มีเนื้อนมบังแผลเป็น
    • การ เปิดแผลราวนม เหมาะกับผู้ที่อยู่ประเทศตะวันตกเพราะคนผิวขาวแผลเป็นจะดี หลังจากผ่านไป 3-6 เดือน ก็มองเห็นไม่ชัด และเหมาะกับคนที่มีเนื้อนมมากพอสมควรที่เต้านมจะต้องสามารถปิดแผลเป็นได้ใน คนไทยหรือคนเอเชียการเปิดแผลแบบนี้ อาจต้องระมัดระวังเพราะแผลเป็นหลังผ่าตัดอาจเห็นได้ชัดนี่คือเหตุผลว่าทำไม คนไทยถึงไม่นิยมใช้แผลแบบนี้ แผลเป็นการผ่าตัดนี้จะสามารถเพิ่มความยาวกว่าแผลอื่นๆกรณีที่ต้องใส่ถุงขนาด ใหญ่มาก

      Sample Image

  4. ผ่าตัดทางสะดือ(TUBA-TRANUMBILICAL,NAVEL)

    วิธีนี้มักกระทำมามากกว่า 15 ปี แต่เนื่องจากเทคนิคยุ่งยากและต้องใช้เครื่องมือพิเศษจะไม่ค่อยนิยมทำแผลทาง นี้สามารถวางถุงเต้านม ได้ทั้งเหนือและใต้กล้ามเนื้อ

    การผ่าตัดทำโดยเปิดแผลขนาดเล็กที่สะดือ และใช้กล้องส่องทางใต้ผิวหนัง ในตำแหน่งที่เสริมหน้าอก
    ขยายช่องว่าง หลังจากได้ช่องว่างพอเหมาะ ใส่ถุงน้ำเกลือ ม้วนผ่านกล้อง เข้าไปยังตำแหน่งที่ต้องการและเติม
    น้ำเกลือจนได้ขนาดของเต้านมที่ต้องการ

    ข้อดีของ การเลือกทางสะดือคือ แผลเย็บไม่เห็นที่เต้านมเลย และมีความเจ็บปวดน้อยเนื่องจากการส่องกล้องจะขยายช่องทางเล็กๆ แต่การเจ็บหน้าอกจากการขยาย การเจ็บของเต้านมไม่แตกต่างจากวิธีอื่น

    ข้อเสียของ วิธีนี้คือ การใช้กล้องส่อง จะต้องมีการผ่านทางหน้าท้อง บางครั้งหลังผ่าตัดอาจจะเห็นแผลเป็นได้ชัดเป็นรูป ตัว V ที่ผนังหน้าท้อง เหนือสะดือแต่ปัญหานี้พบได้ไม่บ่อย

    การใช้แผลสะดือ ถ้าต้องการใส่ใต้กล้ามเนื้อ การผ่าตัดจะค่อนข้างยากและเสียเวลานานและบางครั้งถ้าเปิดแผลสะดือแล้ว จัดวางถุงเต้านมได้ไม่ดี อาจต้องเปลี่ยนเป็นเปิดแผลที่ปานนมหรือราวนมขณะที่ทำการผ่าตัดนอกจากนั้น แล้ว จะเห็นว่าตำแหน่งทางเข้าของแผล และตำแหน่งของเต้านม ห่างไกลกันมากดังนั้นการจัดวางถุงเต้านมบางครั้ง ค่อนข้างยากหรือได้ตำแหน่งที่ไม่ค่อยดี

    การผ่าตัดทางสะดือ สามารถใช้ได้เฉพาะถุงน้ำเกลือไม่สามารถใช้ถุงเจลได้

    ความเห็นของผู้เขียน คิดว่าการผ่าตัดผ่านสะดือ เป็นเพียงเทคนิคการแสดงเทคนิคการผ่าตัดของ
    ศัลยแพทย์ บางท่านว่าทำได้ การผ่าตัดและการดูแลหลังผ่าตัด ล้วนแล้วแต่มีปัญหา เทคนิคมีการพัฒนามา 15-20 ปี
    แต่มีคนนิยมทำกันน้อยมาก ทั้งนี้ทั้งนั้นเหตุผลก็คือการเสริมหน้าอก เพื่อเปิดช่องใส่ถุงเต้านม เทคนิคการผ่าตัด
    แม้ว่าจะเปิดช่องได้แต่ก็ไม่สามารถจัดวางตำแหน่งของถุงได้ดีเท่าวิธีอื่นๆ หากต้องมีการแก้ไข ก็ไม่สามารถทำ
    จากแผลเดิมได้ บางครั้งการผ่าตัดในเคส ที่ค่อนข้างยาก อาจต้องเปลี่ยนมาเปิดแผลทางหัวนมหรือใต้ราวนมทำให้
    มีแผลถึง 2 แผล ในปัจจุบันยังไม่ถือเป็นวิธีมาตรฐานเหมือนกับ 3 วิธีแรกและบริษัทผู้ผลิตเต้านมเทียมก็ไม่
    รับประกันถ้ามีการแตกรั่วของถุงในระหว่างการผ่าตัดโดยผ่านทางสะดือ ถ้ามีข้อผิดพลาดระหว่างผ่าตัดอาจมี
    ค่าใช้จ่ายของถุงเต้านมเพิ่ม

  5. เข้าทางแผลผ่าตัดอื่นๆ
    การผ่าตัดอื่นบางครั้งมีแผลผ่าตัดอยู่แล้ว อาจทำการผ่าตัดเสริมหน้าอกผ่านทางแผลนั้นๆได้เลยโดยไม่
    ต้องเปิดแผลใหม่ โดยที่มีการเสริมหน้าอกโดยใส่ถุงซิลิโคนทางแผลผ่าตัดได้แก่
    1. ผ่านแผลผ่าตัดไขมันหน้าท้อง การตัดไขมันหน้าท้องจะมีการยกผิวหนังหน้าท้องขึ้นตั้งแต่ใต้สะดือ จนถึงขอบซี่โครงและลิ้นปี่ บริเวณเหนือต่อขอบซี่โครงจะเป็นตำแหน่งของเต้านมสามารถเสริมหน้าอกผ่านช่อง ทางนี้ได้โดยไม่ต้องเปิดแผลผ่าตัดแยกอีกแผลหนึ่ง
      • การ เสริมหน้าอกในตำแหน่งนี้ สามารถใช้ได้กับการวางถุงเต้านมในตำแหน่ง เหนือกล้ามเนื้อหรือใต้กล้ามเนื้อ แต่การเสริมโดยวางใต้กล้ามเนื้อจะค่อนข้างยากและสามารถทำได้ในคนไข้บางคน เท่านั้น ในคนที่อ้วนมากๆไม่สามารถทำได้ ถุงเต้านมสามารถใช้ได้ทั้งถุงน้ำเกลือและถุงเจล ในกรณีถุงน้ำเกลือจะใส่ขนาดใหญ่เท่าไหร่ก็ได้แต่สำหรับถุงเจลไม่ควรมีขนาด ใหญ่เกินไปเพราะการใส่ถุงทำได้ค่อนข้างยาก

        โดยทั่วไปพบว่าในคนที่มาตัดหน้าท้อง จากการที่หน้าท้องหย่อนยานก็มักจะมีเต้านมยานด้วย การเสริมหน้าอกก็มักเลือกเสริมเหนือกล้ามเนื้ออยู่แล้วเพื่อให้ลักษณะเต้านม ยานดีขึ้นจึงสามารถเสริมผ่านแผลนี้ได้
      • ข้อจำกัดของวิธีการนี้คือ ปัญหาเรื่องของแผลผ่าตัดไขมันเพราะเมื่อมีการเสริมหน้าอกด้วยจะมีการเปิด
        ช่องใต้ราวนม ทำให้มีการตัดเส้นเลือดบางส่วนทั่วไปที่ผิวหนังหน้าท้อง ทำให้มีปัญหาเรื่องแผลหน้าท้องได้วิธีนี้ จะไม่แนะนำในคนที่มีผนังหน้าท้องหนามากๆและคนที่มีแผลผ่าตัดตามขวางที่หน้า ท้อง
        รูปตัดไขมันหน้าท้องที่ B (s)
    2. การเสริมผ่านแผลผ่าตัดเต้านมออก วิธีสำหรับการผ่าตัดที่เป็น การผ่าตัดเพื่อเสริมสร้างไม่ใช่การผ่าตัดเพื่อความสวยงามในผู้ที่ต้องผ่าตัด เต้านมออกเนื่องจากเป็นมะเร็งและต้องการทำเต้านมต่อเลยอาจผ่าตัดใส่ถุงเต้า นมเทียมไว้ได้เลยถ้าแน่ใจได้ว่าไม่ต้องฉายแสง

?

เครดิตจาก http://thebreaststory.com

สุ่ม บทความที่เกี่ยวข้อง
330x104stm

sompetchnew
stm-fix 
echo '
';