doc01

gallerymember






koreandoc





question1

จับสาวแสบลวงเหยื่อเล่นแชร์ ทำศัลยกรรมใบหน้าหนีผิด

Wednesday, 09 December 2009 18:40

?

จับสาวแสบลวงเหยื่อเล่นแชร์ ทำศัลยกรรมใบหน้าหนีผิด

ตำรวจ บก.น.9 บุกจับ สาว 18 มงกุฎหลอกเหยื่อทำธุรกิจแชร์เสื้อผ้า-ข้าวกล่อง เคยเชิดเงินกว่า 10 ล้านหนีไปทำศัลยกรรมตกแต่งหน้าไม่ให้เหยื่อจำได้ แต่ภรรยาตำรวจผู้เสียหายมาเจอย่านบางมดจึงประสานเจ้าหน้าที่จับกุมตัว? สืบประวัติพบหนีหมายจับคดีฉ้อโกงกว่า 7คดี

วันนี้ (5 ธ.ค.) เมื่อเวลา 16.00 น. พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ อรัญวัฒน์ ผกก.สน.คลองตัน พร้อม พ.ต.ต.ชัยพนธ์ เพ็ชรสดศิลป์ สว.สส.สน.คลองตัน ร่วมสอบปากคำ นางอรประภา หรือ ?เล็ก? สุรเรืองชัย อายุ 38 ปี อยู่บ้านเลขที่ 1337/2 ถนนพัฒนาการ แขวงและเขตสวนหลวง กทม. ภายหลัง พ.ต.ต.ธนเทพ เปี่ยมมีสมบูรณ์ สว.สส.กก.สืบสวน บก.น.9 นำหมายจับศาลจังหวัดพระโขนง เลขที่ ส.223/2552 ลงวันที่ 1 ก.พ.51 ข้อหาฉ้อโกง เข้าจับกุมตัวได้ที่หน้าบ้านเลขที่ 59/216 หมู่บ้านสินทวี แขวงบางมด เขตจอมทอง กทม. เมื่อช่วงกลางดึกวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยหมายจับขออนุมัติโดยพนักงานสอบสวน สน.คลองตัน เนื่องจากมีผู้เสียหายจำนวน 4 รายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเมื่อต้นปี 2551 ว่าถูกผู้ต้องหาชวนเล่นแชร์แล้วหนีหายไป รวมค่าความเสียหายกว่า 5 แสนบาท

ขณะทำการสอบปากคำยังมีผู้เสียหายอีกกลุ่มหนึ่งเดินทางมาดูตัว นำโดย นางสมพงษ์ บุญสุข อายุ 42 ปี เจ้าของร้านนวดแผนโบราณย่านซอยอ่อนนุช 46 แขวงเขตสวนหลวง กทม.พร้อมเปิดเผยว่าตนรู้จักกับ น.ส.อรประภา หรือเล็ก ในฐานะลูกค้าที่มาใช้บริการในร้านเมื่อประมาณ 2-3 ปีที่ผ่านมา ทีแรก น.ส.อรประภา ทำทีเข้าสอบถามข้อมูลในการเปิดร้านนวดแผนไทย กระทั่งสนิทกันในระดับหนึ่ง จากนั้นได้ชักชวนตนและคนที่คอนโดย่านคลองตัน เล่นแชร์กัน ซึ่งเป็นแชร์ 15 วัน 500 บาท และมีคนเล่นกันจำนวนมาก ซึ่งระยะแรกก็ไม่มีปัญหาอะไร จากนั้นก็มาชักชวนตนร่วมลงทุนทำธุรกิจ โดยผู้ต้องหาบอกได้งานทำข้าวกล่องมาจากหลายบริษัท แต่ทุนไม่พอ จึงชักชวนตนร่วมลงทุน โดยให้ตนลงทุนครั้งแรก เป็นเงิน 6 หมื่นบาท โดยจะได้เงินปันผลอาทิตย์ละ 2 พันบาท เดือนหนึ่งก็ตก 8 พันบาท ซึ่งตนก็เห็นว่าเป็นรายได้ดี โดยผู้ต้องหาอ้างว่าต้องทำให้ครบโครงการ เป็นระยะเวลา 3 ปี ซึ่งภายหลังจ่ายเงินให้ผู้ต้องหาแล้วผู้ต้องหาแสดงความบริสุทธิ์ใจโดยการ เซ็นเช็คส่งจ่ายให้ในช่วงปี 53 ตามระยะเวลาโครงการที่ผู้ต้องหากล่าวอ้าง

นางสมพงษ์กล่าวต่ออีกว่า ต่อมา 2 เดือนให้หลัง ผู้ต้องหาก็อ้างอีกว่าโครงการขยายใหญ่ขึ้นต้องขอทุนเพิ่มอีกเกือบทุกเดือน และทุกเดือนที่เพิ่มทุนก็จะเซ็นเช็คให้เป็นหลักฐานตลอด กระทั้งตนมาพบว่าผู้ต้องหาได้กระทำอย่างนี้กับคนหลายคนจนผิดสังเกต และทุกครั้งที่มาตนก็จะขอพบคนติดต่อผู้ต้องหาก็จะอ้างตลอดว่าไม่กล้าให้พบ เพราะเคยให้พบแล้วถูกหลักหลัง จนกระทั้งเห็นผิดสังเกตุจึงเริ่มมาปรึกษากันกับเหยื่อรายอื่น จนทราบแน่ชัดแล้วว่าถูกโกงทั้งค่าแชร์ และเงินลงทุนที่มีแต่กระดาษมาให้เห็น จึงพยายามตามตัวแต่ผู้ต้องหาได้หลบหนีไปแล้ว จึงรวมตัวกันไปแจ้งความที่สน.คลองตัน เมื่อวันที่ 22 ต.ค.2550 แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่รับแจ้งความเพราะเป็นคดีที่มีค่าเสียหายจำนวนมาก เพราะมีคนถูกหลอกไปคนละประมาณ 2 ล้านบาท และมีผู้เสียหายหลายคนรวมเป็นเงินกว่า 10 ล้านบาท จึงรวมตัวกันไปแจ้งความดำเนินคดีที่กองปราบปราม กระทั่งมาทราบว่าถูกจับกุมได้จึงเดินทางมาดูตัวดังกล่าว

ขณะเดียวกัน ได้มีนางทิพา วัฒนธรรม อายุ 58 ปี หอบหลักฐานเดินทางมายัง สน.คลองตัน พร้อมเปิดเผยว่าตนเป็นอีกรายหนึ่งที่ถูกผู้ต้องหารายนี้หลอก โดยเมื่อประมาณเดือนตุลาคม 52 ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาทำทีมาตีสนิทและชักชวนตนร่วมลงทุนทำเสื้อผ้า โดยอ้างว่ามีโครงการตัดเย็บเสื้อผ้าจำนวนมากเป็นระยะเวลา 3 ปี โดยจะต้องลงทุน 160,000 บาท และลูกค้าจ่ายมัดจำมาแล้ว 3 หมี่นบาท ให้ตนลงทุน 1.3 แสนบาท จากนั้นก็จะปันผลให้โดยตนก็ได้เงินปันผลจริง แต่ทุกครั้งที่ผู้ต้องหานำเงินปันผลมาให้ก็จะบอกว่ามีลูกค้าสั่งตัดเสื้ออีก และมากกว่าเดิม ให้ตนลงทุนอีกตนจึงเอาเงินให้เพิ่มไป กระทั่งผ่านไป 2 เดือนกว่า ตนเสียไปเกือบ 2 ล้านบาท และมาทราบภายหลังว่าถูกหลอกแล้วจึงเดินทางไปแจ้งความที่ สน.ท่าข้ามไว้ ซึ่งยังมีอีกหลายคนที่ถูกหลอก จนมีผู้เสียหายคนหนึ่งที่รู้จักกับนายตำรวจก็ถูกหลอกไปอีกประมาณ 4 ล้านบาท แล้วโกรธผู้ต้องหามาก จึงไปค้นประวัติของผู้ต้องหาจนทราบว่ามีหมายจับที่ สน.คลองตัน จนในที่สุดสามารถจับกุมตัวได้จึงเดินทางมาดูตัวที่ สน.คลองตันทันที

ด้าน พ.ต.อ.ชัยวัฒน์ เปิดเผยว่า จากการจับกุมดังกล่าวสืบเนื่องมาจากได้มีผู้เข้าแจ้งร้องทุกข์ถูกโกงแชร์ เมื่อประมาณปี 2550 โดยมีค่าความเสียหายประมาณ 5 แสนบาท พนักงานสอบสวนได้ขออนุมัติหมายจับไว้กระทั่งเจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.น.9 ทำการจับกุมได้ แต่ภายหลังได้มีผู้เสียหายเข้ามาดูตัวเพิ่มมากขึ้น เบื้องต้นเท่าที่เดินทางมา ในท้องที่สน.คลองตัน 3 ราย แต่แจ้งความไว้ที่กองปราบปราม ก็เสียหายเกือบ 6 ล้านบาท และในท้องที่ สน.ท่าข้าม อีก 2 ราย มูลค่าความเสียหายประมาณ 6 ล้านบาท อีกทั้งผู้เสียหายทั้งหมดยังให้การอีกว่ายังมีผู้เสียหายอีกมากที่ยังไม่ เดินทางมาดูตัวซึ่งคาดว่าน่าจะมีอีกมาก ซึ่งหากยังมีผู้เสียหายที่คาดว่าจะถูกผู้ต้องหารายนี้ก่อเหตุไว้ให้เดินทาง มาดูตัวได้ หรือให้แจ้งความในท้องที่ที่เกิดเหตุนั้นๆ เพื่ออายัดตัวไว้ดำเนินคดีได้ ส่วนพรุ่งนี้คงนำตัวส่งผลัดฟ้องศาลไว้ก่อน

ขอขอบคุณข่าวจาก

สุ่ม บทความที่เกี่ยวข้อง
330x104stm

sompetchnew
stm-fix 
echo '
';